มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2542]

เด็กออทิสติก

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์


โรคออทิสซึ่ม ไม่ใช่โรคใหม่ แต่มีคนรู้จักน้อย เพราะจากสถิติ ของสมาคมจิตแพทย์อเมริกันสำรวจครั้งที่ 3 และครั้งที่ 4 จะพบเด็กที่เป็นโรคนี้ 4 หรือ 5 คนในประชากรเด็ก 10,000 คน และเรียกเด็กที่เป็นโรคออทิสซึ่มว่า เป็นเด็กออทิสติก เมื่อประเทศไทยยังมีจำนวนประชากรไม่มากนัก เด็กที่เป็นโรคนี้ จึงมักจะมิได้รับการดูแลรักษาหรือเอาใจใส่มากนัก แต่เมื่อประชากรของประเทศมีมากขึ้น จำนวนเด็กออทิสติกมีมากขึ้น ประชาชนจึงควรรู้จักโรคนี้ให้ดีขึ้นและกว้างขวางมากขึ้น เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจและแนวทางที่จะให้เด็กออทิสติกเหล่านี้ ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง เพราะนั่นจะเป็นทางเดียว ที่ทำให้เด็กออทิสติกสามารถเรียนรู้จนกระทั่งพึ่งพาตนเองได้ สามารถทำงานได้ ดำรงชีวิตในสังคมได้ และบางรายอาจสามารถเรียนได้ จนถึงระดับปริญญา

เด็กออทิสติกจะมีกลุ่มอาการที่แสดงให้เห็นว่า มีความผิดปกติทางพฤติกรรม หรือมีความล่าช้าในด้านพัฒนาการทางสังคม การสื่อความหมาย การพูด การใช้ภาษา จินตนาการ มีพฤติกรรมซ้ำๆ บางอย่างทั้งการกระทำและความคิด อาการจะปรากฏให้เห็นได้ ตั้งแต่ในขวบปีแรก พบได้ในเด็กทั่วโลกโดยไม่จำกัดพื้นฐานทางสังคม เช่น การศึกษา เศรษฐานะ พบจำนวนเด็กชายมากว่าเด็กหญิง 4 เท่า

ออทิสติกเป็นผลจากความผิดปกติทางหน้าที่ของระบบประสาทบางส่วน ยังไม่มีผู้ใดสามารถสรุปได้ว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง จากการวิจัยใหม่ๆ พบว่า มีความผิดปกติของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งมีปัจจัยเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ไวรัส การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในร่างกาย และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา เป็นต้น

เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่ไม่พบบ่อย ดังกล่าวแล้วและแนวทางในการรักษา จำเป็นต้องใช้ทีมงานมากมายหลายฝ่าย เพราะจะต้องฝึกสอนทั้งเด็กออทิสติก พ่อแม่และผู้ปกครองในด้านพฤติกรรมบำบัด อรรถบำบัด คือ การฝึกพูดและการสื่อความหมาย ด้านจิตวิทยา การสอนพิเศษ ตลอดจนการเลี้ยงดูและฝึกอบรมทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนให้สอดคล้องกัน จึงมักไม่พบเด็กออทิสติกในโรงพยาบาลทั่วไป มักจะโอนย้ายเด็กออทิสติกเหล่านี้ ไปรับการรักษา ณ โรพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ ซึ่ง ณ ที่นี้ต้องขอปรบมือให้เกียรติ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเพ็ญแข ลิ่มศิลา ซึ่งมิเพียงดูแลเด็กออทิสติกเท่านั้น ยังได้ศึกษาและเผยแพร่ความรู้เรื่องโรคนี้ ไว้ในเอกสารทางการแพทย์ต่างๆ มากมาย โดยศึกษาจากเด็กออทิสติก จำนวนถึง 227 คน และข้อมูลเบื้องต้นพบว่า

อัตราส่วนเด็กชาย : เด็กหญิงเท่ากับ 3.3.1 ไม่พบความแตกต่าง ทางเศรษฐานะ อย่างมีนัยสำคัญ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า เด็กออทิสติก ที่มี high functioning level มักจะอยู่ในครอบครัวที่มีการศึกษาสูง และเศรษฐานะระดับปานกลางถึงดี ซึ่งอาจมีโอกาสได้รับการดูแล และช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ตั้งแต่เด็กยังมีอายุต่ำกว่า 5 ปี ปัญหาเกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนกลาง (CNS) พบได้ร้อยละ 49 ซึ่งเป็นลมชักถึงร้อยละ 35

การวินิจฉัยโรคออทิสซึ่ม

ต้องอาศัยการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับการเจริญเติบโต และพัฒนาการทุกๆ ด้านของเด็กตั้งแต่แรกเกิด การกิน การนอน การขับถ่าย รวมทั้งการแสดงออกทางพฤติกรรมที่ผิดแปลกไปจากเด็กในช่วงอายุเดียวกัน ผู้ประเมินควรให้เวลานานหน่อยในการสังเกตพฤติกรรมด้านต่างๆ ของเด็กทั้งภายนอกและภายในห้องตรวจ เช่น พัฒนาการทางสังคม ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับพ่อแม่ ปฏิกิริยาต่อบุคคลอื่น ต่อของเล่น หรือสิ่งแวดล้อม การตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เกี่ยวกับการมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส หรือความเจ็บปวด ความสามารถในการพูด การใช้ภาษา การสื่อความหมาย การเคลื่อนไหวรวมทั้งพฤติกรรมซ้ำซากและอารมณ์ที่ไม่สมเหตุสมผล

การสังเกตระดับพัฒนาการของเด็กออทิสติก ควรเปรียบเทียบกับเด็กปกติในวัยเดียวกัน เช่น ในขวบปีแรก เด็กปกติจะเริ่มพูดได้เป็นคำๆ และเรียนรู้ความหมายไปด้วย มีปฏิกิริยาตอบสนองกับพ่อแม่และผู้เลี้ยงดูได้ดี เด็กออทิสติก ในขวบปีแรกอาจจะดูเสมือนเด็กปกติ เช่น เริ่มพูดได้เป็นคำๆ แล้วหยุดพูดหายไป

แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า เด็กออทิสติกพูดตามไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ความหมายเลย เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลย้อยลง มีหน้าตาเฉยเมย สบตาน้อยลง ความสามารถในการตอบสนองต่อสิ่งเร้า ของเด็กออทิสติกนั้นไม่คงเส้นคงวา บางครั้งเด็กตอบสนองต่อเสียงเรียก ได้เป็นอย่างดี แต่หลายๆ ครั้งไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียกเหมือนกับไม่ได้ยิน จึงทำให้ไม่แน่ใจว่า เด็กหูหนวกหรือไม่ ส่วนการเติบโตทางร่างกายนั้น จะเป็นไปอย่างปกติเหมือนเด็กทั่วไป

การตรวจร่างกาย

ควรได้รับการตรวจเฉพาะความผิดปกติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กับระบบสมอง ระบบประสาท ต่อมธัยรอยด์ โรคของสมองบางโรคที่อาจมีอาการใกล้เคียงกับเด็กออทิสติก

การตรวจสภาพจิต

ในเด็กวัยก่อนเรียนควรตรวจดูการตอบสนองของเด็ก ในการเรียกชื่อเล่นของเด็ก การให้เล่นของเล่นต่างๆ การสบตา การมองสิ่งของ ความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมและการกระทำซ้ำๆ ไม่ควรรีบทำการทดสอบทางจิตวิทยาเพื่อหาไอคิว เพราะไม่ได้ประโยชน์แต่อย่างใด

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเพ็ญแข ลิ่มศิลา ได้ระบุไว้ชัดเจน จากการศึกษาของท่านว่า การตรวจเลือด ปัสสาวะ และการตรวจทางสมองต่างๆ ที่ทันสมัยและมีราคาแพง CT scan, MRI PET เป็นต้น ไม่ได้มีประโยชน์ในการรักษาแต่เป็นการตรวจเพื่อการศึกษา เมื่อมีข้อบ่งชี้เป็นบางกรณีเท่านั้น แต่สิ่งที่ควรทำการตรวจในระยะแรก เพื่อประโยชน์ในการวางแผนช่วยเหลือเด็กก็คือ การทดสอบการได้ยิน ควรใช้วิธี brainstem auditory evoked response เพราะเด็กออทิสติก จะไม่สามารถให้ความร่วมมือในการตรวจวิธี behavioral audiometry

การตรวจคลื่นสมองด้วยไฟฟ้าขณะหลับหรือตื่น

ควรพิจารณาตรวจในคนที่ทีประวัติการคลอดที่ผิดปกติ สมองขาดออกซิเจน หรือเจ็บป่วยรุนแรงที่อาจกระทบกระเทือนต่อสมอง มีไข้ หรือในเด็กที่มีพฤติกรรมถดถอย เหม่อลอย มีอาการ absence seizure หรืออาการผงกศีรษะ (Salaaming) และเด็กที่หัวเราะมากเป็นระยะเวลานานโดยไม่สมเหตุผล

จากประสบการณ์ของ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเพ็ญแข ลิ่มศิลา ได้ให้ความเห็นไว้ว่า

เด็กออทิสติกหลายคนมีความสามารถด้านการเรียนรู้และสติปัญญาดี หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ถูกทิศทางโดยทีมงานที่ชำนาญในด้านนี้แล้ว เด็กสามารถจะรับการเรียนการสอนพิเศษโดยครูศึกษาพิเศษ และท้ายสุดคือ เรียนร่วมกับเด็กปกติ ร่วมกับการรักษาทางยาควบคู่กันไป เด็กเหล่านี้ สามารถประกอบอาชีพตนเอง เลี้ยงตนเองได้ สามารถแต่งงานได้ แต่บุตรอาจมีโอกาสเป็นเด็กออทิสติกได้มากกว่าปกติ

การรักษาและช่วยเหลือเด็กออทิสติก

พ่อและแม่ของเด็กออทิสติกส่วนมากจะได้รับการวินิจฉัย จากกุมารแพทย์ จิตแพทย์หรือ บุคลากรทางการแพทย์มาแล้ว และแนะนำให้พาเด็กออทิสติกมารับการรักษาที่โรงพยาบาล ยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ มีเป็นส่วนน้อยที่สังเกตพบความผิดปกติของลูก หรือสงสัยว่า ลูกมีปัญหาแล้วพามาพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ด้วยตัวเอง ตามที่ได้รับทราบจากสื่อต่างๆ เช่น จากโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ วารสารต่างๆ เป็นต้น ในระยะแรกพ่อแม่ทุกคนจะยังคงมีความรูสึกสับสน งุนงง เศร้าซึม พ่อแม่บางรายจะนำลูกตระเวนไปพบแพทย์หลายแห่ง เพื่อให้แน่ใจว่า ลูกเป็นออทิสติกจริงๆ ทำให้เสียเวลาไปเป็นเดือน เป็นปี เมื่อพ่อแม่พาเด็กมาที่โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ จึงเสมือนกับเป็นที่พึ่งแหล่งสุดท้าย แต่ส่วนหนึ่งไม่สะดวกใ นการเดินทางมารับบริการอย่างต่อเนื่อง จึงรับการรักษาจากโรงพยาบาลอื่นๆ ที่สามารถจะช่วยเหลือเด็กออทิสติกในเบื้องต้นได้เช่นกัน

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเพ็ญแข ลิ่มศิลา ได้สรุป แนวทางการรักษาและการช่วยเหลือเด็กออทิสติกนั้นมีหลักการ ซึ่งผู้รักษาควรปฏิบัติให้ได้ผลดังนี้

ขั้นแรกที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้พ่อแม่และผู้ปกครองยอมรับว่า ลูกเป็นออทิสติก เมื่อยอมรับแล้ว ควรให้ความกระจ่างในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการทราบ โดยเปิดโอกาสให้ซักถาม และตอบให้เข้าใจอย่างง่ายๆ เมื่อพ่อแม่ยอมรับ และเข้าใจในปัญหาของเด็กออทิสติกแล้ว ผู้รักษาควรเน้นถึงการที่พ่อแม่ ต้องให้ความร่วมมืออย่างจริงจังกับกลุ่มผู้ให้การรักษา โดยปฏิบัติตามขั้นตอน การฝึกและกระตุ้นเด็กที่ทางโรพยาบาลกำหนดไว้ ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ ในการส่งเสริมฟื้นฟูสมรรถภาพทางการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครอง จะได้เข้ารับการฝึกอบรมและการสอนสาธิตเป็นกลุ่มเพื่อกลับไปช่วยเหลือเด็ก ตามแนวทางเดียวกัน

การรักษาและการช่วยเหลือเด็กออทิสติกนั้น ต้องใช้เวลาไม่น้อยในการร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกัน ระหว่างพ่อแม่รวมทั้งเครือญาติของเด็กออทิสติกและกลุ่มผู้รักษา ซึ่งประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล นักฝึกพูด ครูการศึกษาพิเศษ เมื่อเด็กเริ่มเรียนรู้ได้บ้างแล้ว จึงขอความร่วมมือจากครู อาจารย์ เพื่อร่วมฟื้นฟูสมรรถภาพทางการเรียนรู้ต่อไป

การให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจะทำให้ผลการรักษา และการช่วยเหลือประสบความสำเร็จ ผู้รักษาไม่สามารถกำหนดได้เลยว่า จะต้องใช้ระยะเวลาเท่าไร จึงจะทำให้ผู้ป่วยออทิสติกดีขึ้น ทั้งนี้ยังต้องขึ้นกับปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น การเจ็บป่วยทางร่างกายของเด็ก รูปแบบการเลี้ยงดู สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก อายุของเด็กที่เริ่มได้รับการรักษา ความรุนแรงของโรค รวมทั้งโครงสร้างและความผิดปกติซ้ำซ้อน ของตัวเด็กออทิสติกเองด้วย

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์


ขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600