มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam
[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 22 ฉบับที่ 321 พฤศจิกายน 2541]
รกที่ร้าย
น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์
ทุกปีในเดือนตุลาคม ชาวสูตินรีแพทย์ก็จะมาประชุมทางวิชาการกัน
โดยสลับกันไประหว่างส่วนกลางคือ จัดที่กรุงเทพฯ 1 ปี และปีถัดไป
ก็จะไปต่างจังหวัด ปีนี้ก็ได้จัดที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นที่สังเกตว่า ถ้าจัดประชุมต่างจังหวัดแล้วผู้เข้าร่วมประชุมมักจะมากันมากกว่าในกรุงเทพฯ
มีข้อสังเกตว่า เพราะการจัดประชุมต่างจังหวัดจะเหมือนกับมาพักผ่อน
และได้ทั้งหย่อนใจ คือ หนีงานที่จำเจและตึงเครียดมาจากสภาพแวดล้อมที่จำเจ
และยังได้ความรู้ ซึ่งจัดเพียงสามวัน ถ้าสามารถเข้าฟังได้หมดทุกโปรแกรม
ก็คงจะดีแต่เป็นไปไม่ได้ เพราะมีโปรแกรมที่ซ้อนกันมาก
เนื่องจากเนื้อหาและงานวิจัยงานนำเสนอมีมากมายและทุกปีก็จะดูมากขึ้นๆ ถ้าฟังครบก็เท่ากับว่าได้อ่านหนังสือนิตยสารการแพทย์มาทั้งปีก็ว่าได้ จนต้องแก้ด้วยการทำเทปไว้ขายบริการในหัวข้อวิชาการที่สนใจ
แต่ฟังไม่ทันมาชดเชย
การประชุมวิชาการนั้นเป็นเรื่องสำคัญสำหรับแพทย์ทุกสาขา
ที่จะทำให้ทันสมัยกับวิทยาการการแพทย์ที่ก้าวหน้าเร็วมาก ประมาณว่าทุกวันจะมีนิตยสารการแพทย์ออกมาเกือบ 20 เล่ม และแต่ละเล่ม
ก็มีเนื้อหาหนักอึ้ง ลึกซึ้งแม้จะเป็นแพทย์ก็อาจจะอ่านไม่เข้าใจถ้าไม่ตรงสาขากัน เพราะปัจจุบันการแพทย์ลงลึกมากจนมีการล้อเลียนว่า หมอคนนั้นเป็นหมอกระดูก
ที่เชี่ยวชาญหรือมีความรู้ทำเฉพาะการดูแลมือขวาเท่านั้น (ฮา!)
การประชุมนอกจากจะมีการประชุมรวมในหัวข้อที่น่าสนใจ
โดยมีผู้อภิปรายหลายท่านแล้ว ยังมีการจัดห้องแยกเพื่อนำเสนอผลงานวิจัย เท่านั้นยังไม่พอยังมีบางส่วนไม่มีห้องหรือโปรแกรมให้บรรจุต้องทำเป็นโปสเตอร์
ติดแสดงไว้ให้คนสนใจมาอ่านศึกษาเอง โดยตัวผู้นำเสนอจะมาคอยให้คำตอบ
เวลามีผู้สนใจตั้งคำถาม ซึ่งการประชุมวิชาการของแพทย์เป็นการเรียนทางลัดอันหนึ่ง และยังเป็นการศึกษาต่อเนื่องเพื่อรักษาสถานภาพการเป็นแพทย์เฉพาะทางอีกด้วย
เรียกได้ว่า การเดินทางไปประชุมสัมมนากับหมอเป็นของคู่กัน
ยิ่งประเทศที่การแพทย์เจริญมาก เช่น อเมริกาซึ่งเอื้อต่อการทำงานวิจัยศึกษา
จะมีบทความทางวิชาการออกสู่สาธารณชนมากมาย อาจจะเรียกได้ว่า มากที่สุดก็ว่าได้จนเกือบจะกลายเป็นศูนย์กลางการแพทย์สมัยใหม่ไปแล้ว
มีหมอที่โด่งดังมีชื่อเสียงมากมาย ซึ่งยิ่งดังยิ่งมีคนเชิญไปปาฐกแยะ บรรดาศาสตราจารย์ที่โด่งดังนั้นชีวิตไม่ค่อยมีความสุข (ชีวิตครอบครัว) บางท่านแทบไม่ได้อยู่ติดบ้านติดช่องเลย พอไปเล็กเชอร์ที่หนึ่งเสร็จ
กลับมาถึงที่ทำงานเลขาก็ยื่นจดหมายเชิญเรียงคิวให้ตอบ บางท่านบินว่อนไปมา
พอเผลอบินกลับเข้าบ้านภรรยาฟ้องหย่าเสียแล้วเพราะทนกับสภาวะอยู่ไม่ติดบ้าน
ติดช่องไม่ไหว มีไม่น้อยที่ภรรยากลายเป็นคนติดเหล้าติดยาไปเพราะความว้าเหว่ แม้จะขอบินติดตามไปด้วย แต่พอไปถึงที่หมายคุณศาสตราจารย์ก็เข้ากลุ่มวิชาการ
คุยกับทุกคนทุกวันยกเว้นภรรยาตัวเอง กลายเป็นพาภรรยามาทิ้ง
นานเข้าๆ ก็ทนไม่ไหว ซึ่งในประเทศอเมริกามีมากจนอาจจะเรียกได้ว่า
เป็นโรค "Too young too say no" โรคปฏิเสธไม่เป็น ในประเทศไทยเรา
ก็เริ่มจะพบได้แล้ว
การประชุมที่ขอนแก่นครั้งนี้ทุกคนที่ว่างพอจะจัดเวลาได้
ก็พยายามไปเพราะเป็นการกระจายรายได้ให้ส่วนภูมิภาค
ในการประชุมครั้งนี้หัวข้อทางมะเร็งอันหนึ่งที่ได้ถูกนำมาพูดจากันคือ
โรคกลุ่มเนื้องอกของรก ซึ่งมีความก้าวหน้าไปมากทีเดียว
เดิมทีข้อมูลทางการแพทย์นั้นเราแทบไม่มีเป็นของตัวเองเลย
ต้องหยิบยืมของฝรั่งมาเป็นบรรทัดฐาน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว
แม้จะเป็นมนุษย์เหมือนกันแต่ต่างเชื้อชาติพันธุ์กัน การเกิดโรคาพยาธิก็แตกต่างกัน การเอาข้อมูลพื้นฐานของต่างประเทศโดยเฉพาะอเมริกา
ซึ่งตำราการเรียนแพทย์ของไทยได้มาจากอเมริกาย่อมแตกต่างกัน การแพทย์ไทยได้พัฒนาไปมากจนปัจจุบันเรามีตัวเลขพื้นฐานของไทยเรา
มาอ้างอิงกันได้ซึ่งนับว่าเป็นความสำเร็จระดับหนึ่ง
ต้องยกความดีให้กับวิชาระบาดวิทยา ซึ่งปัจจุบันแพทย์ทุกท่าน
ต้องเรียนรู้เพื่อเป็นพื้นฐานในการทำวิจัยศึกษา โดยเฉพาะเนื้องอกของรก
หรือครรภ์ไข่ปลาอุก ซึ่งจากการศึกษาวิจัยประเทศไทยมีความชุกของโรคนี้
มากกว่าฝรั่งประมาณ 3 เท่า แต่ปรากฏว่า เราต้องเรียนโรคนี้จากฝรั่ง
แทนที่ฝรั่งจะมาเรียนกับเรา ทั้งนี้เพราะระบบเก็บข้อมูลของเราไม่พร้อม
โรคนี้ชุกจนกลายเป็นโรคที่พื้นๆ สำหรับแพทย์ไทย ขณะที่ประเทศทางตะวันตก
โดยเฉพาะอเมริกาเคยมีแพทย์มาร่วมประชุมและได้พามาดูงานของโรงพยาบาลไทยเรา
ฝรั่งถึงกับตะลึง "My god" ทำไมมีคนไข้ที่น่าสนใจมากมายดีจัง อยู่ประเทศอเมริกา
จะดูคนไข้เหล่านี้ต้องไปดูที่โรงพยาบาลศูนย์ที่รับรักษาวิจัยเฉพาะ เพราะมีคนไข้น้อยและก็ยังไม่ค่อยจะพบชุกเท่าเมืองไทย โรคครรภ์ไข่ปลาอุก
และมะเร็งของเรานั้นที่เมืองไทยจะเป็นแหล่งวิทยาการทางด้านนี้
เพราะมีอุบัติการณ์ของครรภ์ไข่ปลาอุกสูง พบได้ในคนไข้คลอด 600 ถึง 700 ราย
ซึ่งเมื่อ 20 ปีเศษชุกมากกว่านี้ ซึ่งก็ยังสูงกว่าของอเมริกาเท่าตัว ซึ่งแพทย์สถาบันต่างๆ ก็ได้ร่วมมือร่วมใจที่จะทำการศึกษาวิจัย เพื่อให้ไทยเรามีวิทยาการทางด้านนี้
ในระดับนานาชาติและก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ
กลุ่มโรคครรภ์ไข่ปลาอุกนั้นเป็นมัจจุราชของสุภาพสตรีที่น่าสะพึงกลัว เนื่องจากผลพวงของครรภ์ไข่ปลาอุกนั้นแม้ตัวของครรภ์ไข่ปลาอุกเอง
จะไม่ร้ายแรงแต่ก็สามารถที่จะกลายไปเป็นมะเร็งได้
ซึ่งเมื่อกลายเป็นมะเร็งแล้วจะรุนแรงมากถ้ารักษาไม่ถูกต้อง อาจจะเสียชีวิตได้ในระยะเวลาอันสั้น ที่ว่าเป็นมฤตยูดำของคุณผู้หญิงดังจะเล่าเรื่องผู้ป่วยให้เป็นอุทาหรณ์ ซึ่งรวบรวมจากวงสนทนาของหมอด้วยกัน
รายนี้จากต่างจังหวัดทางภาคอีสานเป็นหญิงอายุประมาณ 50 ปีเศษ ถูกนำส่งโรงพยาบาลต้องหามกันมาทุลักทุเลส่งมาจากโรงพยาบาลอำเภอ
ด้วยเรื่องอาการหอบเหนื่อยมา 2 เดือน โดยเริ่มอ่อนเพลียไอแห้งๆ
มานานเป็นเดือนๆ ตามนิสัยปฏิบัติชาวบ้านไทยเราก็คือ เริ่มด้วยเป็นหมอรักษาตัวเองก็ซื้อยามาทานแก้ไอ ซึ่งในเมืองไทยเรา
มีมากมายเป็นร้อยๆ ชนิด ตั้งแต่คราหรือยี่ห้อสัตว์ต่างๆ จนถึงตรามนุษย์
จำพวกลูกกตัญญู บ้างก็ไม่น่าจะซื้อมารับประทานรักษาโรคเพราะขึ้นก็ชื่อ
"ชวนป่วย..." เสียแล้ว
เธอกินเปลี่ยนยี่ห้อไปมากมาย ของไทยไม่หายก็เปลี่ยนไปกับของที่ชื่อว่า
ตราฝรั่งก็ทุเลาบ้าง จะไม่ทุเลาได้อย่างไรเพราะใส่ตัวยากดการไอซึ่งน่าเป็นห่วง
เคยพบว่าคุณพ่อคุณแม่ซื้อยาเหล่านี้ ซึ่งขึ้นยี่ห้อที่มีตัวเลขคู่กันสองตัว
และพวกที่ลงท้ายเป๊กๆ ซึ่งใส่ยากดการไอก็คือ ยากดประสาท
กระตุ้นการหายใจ เพราะมีอนุพันธ์ของฝิ่นเป็นองค์ประกอบ
ให้เด็กเล็กทานชะงัดดี เด็กทานแล้วหยุดไอเพราะหลับและไม่กวน เพราะสมองโดยเฉพาะศูนย์หายใจถูกกด เด็กจะสงบจนหยุดหายใจได้
ยากลุ่มนี้เป็นยารักษาอาการไม่ได้รักษาโรคกลับจะกลบโรคไว้
เพราะคิดว่าหายหรือทุเลาเลยไม่สนใจไปพบหมอ พอจะกำเริบไอใหม่
ก็เริ่มซื้อยามาทานใหม่ ระยะหลังไอไม่น้อยลง อาการหนักขึ้น
ร่างกายซูบผอมก็อาศัยยาไทย ยาหมอ น้ำมนต์ วันไหนดีก็หามกันไป
ทั้งตัวถูกทาด้วยขมิ้นจนเหลือง ดูแลกันเองจนเห็นว่าหมดหนทาง
เพราะคนไข้สภาพร่างกายอยู่ในลักษณะที่ช่วยตัวเองไม่ได้ หอบมากขึ้น
ไอมากขึ้น จึงได้นำส่งมาโรงพยาบาล
ในขั้นต้นที่แพทย์เห็นก็รับไว้ในโรงพยาบาล เพราะเธออาการรุนแรงมาก ระบบการหายใจจะล้มเหลว ต้องให้การประคับประคองระบบหายใจ จากการตรวจวินิจฉัยต้องชมเชยแพทย์โรงพยาบาลอำเภอ
ซึ่งมีความสามารถและเก่งที่สามารถมาก การวินิจฉัยเบื้องต้น
น่าจะเป็นโรคมะเร็งของรก เพราะอาการคนไข้ใกล้เคียงกับโรควัณโรค
ซึ่งชุกชุมมากในประเทศไทย ยิ่งขณะนี้โรคเอดส์กำลังแพร่หลาย โรคเอดส์เองก็กลายเป็นบ่อพักเชื้อชั้นดีให้กับเชื้อวัณโรค จึงทำให้ปัจจุบันวัณโรคกลับแพร่กระจายรุนแรงมากขึ้นจนน่าวิตก
เนื่องจากเกินขีดความสามารถของโรงพยาบาลที่จะดูแล จึงต้องมีการส่งต่อมายังโรงพยาบาลระดับโรงพยาบาลศูนย์หรือมหาราช เพราะต้องการการดูแลรักษาเฉพาะทางมะเร็งนรีเวช เนื่องจากผู้ป่วยนี้
เป็นมะเร็งของรกที่แพร่กระจายลุกลามไปยังปอดทั้งสองข้าง ซึ่งหลังจากฟื้นฟูสภาพ
และให้ยาเคมีบำบัดอย่างถูกต้อง ในเวลาไม่กี่สัปดาห์เธอก็กลับบ้านได้
ในสภาพที่เวลามาหามมาพอขากลับเดินกลับได้เอง แต่เธอต้องมา
เข้ารับการให้ยาเคมีบำบัดเป็นระยะๆ ตามแพทย์สั่งและในไม่ช้า
เธอก็จะหายจากโรคนี้ซึ่งแม้จะเป็นโรคที่รุนแรง แต่ถ้าได้รับการรักษาถูกต้อง
ก็มีโอกาสหายขาด
เธอผู้นี้เป็นมะเร็งของรกที่เกิดตามหลังจากการคลอดหรือการแท้งก็ได้
เพราะเธอมีประวัติการแท้งบุตรถึง 2 ครั้ง และเธอเองก็ไม่ได้สังเกตว่า การแท้งที่ผ่านมานั้นมีลักษณะของครรภ์ไข่ปลาอุกหรือไม่ เนื่องจากมะเร็งของรกนั้น
70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ จะพัฒนาหรือกลายมาจากครรภ์ไข่ปลาอุก
ซึ่งเป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ ไม่มีตัวเด็กทารกเพราะตัวเด็กทารกเสียชีวิตไปก่อน
จากการที่รกซึ่งจะต้องทำหน้าที่ส่งอาหารและออกซิเจนให้ทารก
กลายเป็นถุงน้ำเม็ดคล้ายองุ่นหรือบ้างก็ว่าสาคู ทารกขาดการส่งกำลังบำรุง
ก็เสียชีวิตและเสื่อมสลายไป ในโพรงมดลูกก็เลยมีแต่ถุงน้ำของรก
ซึ่งจะแท้งมาในเวลาไม่กี่เดือน และจะสูญเสียเลือดมากจนเสียชีวิตได้
ในรายเช่นนั้น บางครั้งคนไข้สนใจตัวเองบ้างก็ใส่ถุงแช่น้ำแข็ง
มาให้แพทย์จะเป็นประโยชน์เพราะเมื่อวินิจฉัยได้ว่า เป็นไข่ปลาอุก
จะต้องมีขบวนการตรวจติดตามว่าครรภ์ไข่ปลาอุกจะกลายเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ โดยการตรวจหาฮอร์โมนที่ครรภ์ไข่ปลาอุกหรือเนื้อรกสร้างออกมา
จนปลอดภัยซึ่งจะต้องตรวจอาจจะเป็นปัสสาวะ หรือใช้เลือดก็ได้ แทบจะทุกสัปดาห์ในรายที่ฮอร์โมนส่อว่าจะกลายเป็นเนื้องอกร้าย คนไข้ก็จะต้องเข้ารับการบำบัดรักษาหรือตรวจค้นหารอยโรค
และให้การบำบัดรักษาแต่เนิ่นๆ มิฉะนั้นจะลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ได้
ที่พบบ่อยก็คือ ที่ปอดและในช่องเชิงกราน แต่ที่น่ากลัวเพราะอันตรายมาก
พบได้เสมอคือ ตับและสมอง
มีสตรีรายหนึ่งเธอน่าสงสารมากเป็นคนมีอันจะกินคือ เป็นนักธุรกิจค้าส่งพืชผักในตลาดสดใหญ่แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ธุรกิจเธอเจริญรุ่งเรืองมากเธอและสามีทำงานแทบไม่มีวันหยุด
เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เธอแท้งบุตรขณะตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน เธอแท้ง
และได้นำเศษชิ้นเนื้อมาพบแพทย์จากลักษณะทั่วไปก็คล้ายกับแท้งปกติ
แต่ไม่พบทารก และมีลักษณะชิ้นเนื้อรกที่เป็นถุงน้ำอยู่กลุ่มหนึ่ง จากการส่งตรวจทางพยาธิวิทยาผลรายงานกลับมาว่าเป็นครรภ์ไข่ปลาอุก เธอถูกตามตัวให้มาตรวจติดตามโรคซึ่งต้องตรวจทุกสัปดาห์ เธอมาตรวจได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็ขาดการติดต่อ
เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาขณะที่กำลังออกตรวจคลินิกมะเร็งนรีเวช
ในวันอังคารบ่าย อยู่ๆ ก็มีคนมาพบด่วน เนื่องจากเป็นคนคุ้นเคยกันมาก่อนก็จำได้
หลังจากถามสารทุกข์สุขดิบก็ทราบว่า คุณสามีมาส่งข่าวด้วยหน้าตาเศร้าหมองว่า
ภรรยาขณะนี้ป่วยอยู่ต่างจังหวัดอยู่หออภิบาลหลังได้รับการผ่าตัดสมอง
เพราะมีเลือดออกในสมองจากก้อนเนื้องอกเหตุเกิดขณะขับรถยนต์
ไปกับครอบครัวเพื่อไปไหว้บรรพบุรุษ เที่ยวกลับแดดร้อนมาก รถติดภรรยาซึ่งนั่งมาด้านข้างสามีที่ขับรถบ่นตลอดทางว่าปวดศีรษะ
ได้รับประทานยาก็ไม่ดีขึ้นก็คิดว่าจากอากาศและความเครียดในการเดินทาง
ไม่นานจากนั้น ขณะกำลังพูดคุยกันนั่นเอง ภรรยาก็นิ่ง
และมีอาการคล้ายคนหมดสติและชักน้ำลายฟูมปาก จึงรีบขับรถ
เข้าโรงพยาบาลที่อยู่ไม่ห่างไกลนัก ได้รับการปฐมพยาบาลอย่างทันที
และจากการตรวจพิเคราะห์โรคแพทย์พบว่า มีเลือดออกคั่งในสมอง
จากก้อนเนื้องอก ซึ่งจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อหยุดจุดเลือดออก จากคำบอกเล่าของสามีผู้ป่วยก็ได้กลับไปค้นประวัติเก่าของผู้ภรรยา
และส่งข้อมูลให้กับโรงพยาบาลที่เธอกำลังรักษาอยู่ว่า น่าจะเป็นสาเหตุมาจากการกลายของเนื้องอกหรือครรภ์ไข่ปลาอุก
ที่เธอเป็นอยู่เมื่อ 3 ปีก่อนและกลายเป็นมะเร็งของรก และลุกลามไปยังสมอง
ซึ่งการผ่าตัดสมองครั้งนี้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อรักษาชีวิตเธอไว้ เพราะมิฉะนั้นก้อนเลือดที่ออกคั่งในสมองจะกดเนื้อสมองตาย
และเธอจะเสียชีวิตไปในที่สุด และเมื่อแตกในสมองแล้ว การทำนายโรคไม่ค่อยจะดี
เธออาจจะมีความพิการหลงเหลืออยู่ เช่น อาจจะอัมพาต อาจจะตาบอด ฯลฯ ขึ้นอยู่กับว่าเส้นเลือดในก้อนเนื้องอกร้ายแตกไปกดตำแหน่งใดของสมอง ถ้าเธอได้รับการตรวจวินิจฉัยรู้ก่อนว่ามีเนื้องอกมะเร็งของรกลุกลาม
แพร่กระจายไปยังสมอง การรักษาอย่างทันท่วงทีจะทำให้มีโอกาสหายขาดได้สูง
โดยจะต้องได้รับการฉายรังสีร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัด แล้วมักจะตามด้วยการผ่าตัดเอาเนื้องอกที่ขนาดเล็กลงออก เรียกว่าต้องใช้การรักษาสามกษัตริย์ทีเดียว
ทั้งสองรายที่กล่าวยังเป็นชนิดที่มีเครื่องเตือนบอกเหตุล่วงหน้าว่า
อาจจะเป็นมะเร็งของรก แต่มีบ้างที่เป็นโรคมะเร็งของรกโดยไม่รู้
หรือมีเครื่องบอกเหตุล่วงหน้า เช่น
คนไข้รายหนึ่งอายุ 38 ปี อาชีพครู ซึ่งเป็นคนมีการศึกษา
และสนใจในการดูแลตัวเอง เธอคลอดบุตรปกติทั้ง 2 ท้อง ทานยาคุมตลอด ประจำเดือนปกติตรวจภายในร่างกายตามคำแนะนำเสมอ 5 ปีหลังคลอดบุตร เธอมาตรวจภายในเนื่องจากตุ่มก้อนที่บริเวณปากช่องคลอดสีคล้ำๆ
เธอเองก็สังเกตว่า มีก้อนลักษณะคล้ายไฝสีม่วงคล้ำเกิดขึ้นที่ปากช่องคลอด คิดว่าเป็นไฝปกติธรรมดาแต่เพียง 3 เดือนที่คลินิกข้างบ้านซึ่งเป็นสูตินรีแพทย์ สูตินรีแพทย์ท่านนั้นพอตรวจพบก้อนก็แนะนำให้เธอมาโรงพยาบาลโดยเร็ว
เพราะสงสัยว่าจะเป็นเนื้องอกร้ายของรก
เมื่อมาตรวจที่โรงพยาบาลทางห้องปฏิบัติการก็ยืนยันว่า
เป็นโรคเนื้องอกร้ายของรก ซึ่งเห็นเป็นเพียงก้อนคล้ำคล้ายไฝ
ขนาดเพียงเซนติเมตรหรือน้อยกว่านั้น ถ้ามีการฉีกขาด
หรือบาดแผลเกิดขึ้นจะสูญเสียเลือดมากมาย เคยมีผู้ป่วยโรคดังกล่าว
ที่มีตุ่มก้อนมะเร็งของรกเกิดฉีกขาดจากการร่วมเพศ
เลือดออกมากจนฝ่ายหญิงช็อก สามีต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล
และเธอต้องเข้ารับการผ่าตัดหยุดเลือดประมาณ 6 ชั่วโมง
โรคกลุ่มนี้แม้จะรุนแรงแต่ก็ตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดได้ดี คุณครูท่านนี้ก็ได้รับดูแลรักษาด้วยยาเคมีบำบัดต่อไป ในรายคุณครูนี้มะเร็งของรกเกิดตามหลังหลังการคลอดปกติ ซึ่งเชื่อว่าในขบวนการตั้งครรภ์จะมีเล็ดลอดของเซลล์ของรกเข้าสู่กระแสโลหิต ในคนปกติร่างกายจะกำจัดเซลล์เหล่านี้ซึ่งถือว่า เป็นเซลล์แปลกปลอม
เพราะมีส่วนของหน่วยพันธุกรรมของฝ่ายพ่อที่ไม่มีในตัวแม่มาก่อน แต่ในรายที่ระบบภูมิต้านทานของร่างกายบกพร่อง เซลล์เหล่านี้ก็จะรอดพ้นการทำลาย
และไปฝังตัว ฟักตัวอยู่ในเนื้อเยื่อโดยเฉพาะที่ปอด และในช่องเชิงกราน
พอวันดีคืนดีก็ขยายแพร่พันธุ์ตัวเองจนเกิดโรคได้ ซึ่งไม่ใช่ว่า
สภาวะนี้จะไม่สามารถตรวจติดตามได้ การติดตามก็ไม่ยุ่งยาก
เพียงการตรวจหาฮอร์โมนของรกซึ่งเนื้อเยื่อรกไม่ว่าปกติ
หรือเนื้อร้ายก็สร้างออกมาได้
ดังนั้นจึงเป็นข้อแนะนำว่า ในคนที่คลอดบุตรแล้ว
ควรจะได้ตรวจหาฮอร์โมนของรกสักช่วงระยะหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่า
ไม่มีสภาวะรกกลายพันธุ์ซ่อนอยู่ในร่างกายหรือที่เรียกว่า "รกที่ร้าย"
น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์
ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่
[ BACK TO LIST]
มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600