|
 |
|
ลูกกลัวทั้งหมา และคนแปลกหน้า
ดิฉันติดตามคอลัมน์ต่างๆ ในหนังสือรักลูกมาตลอด โดยเฉพาะคอลัมน์คลินิกสุขภาพจิต
เพราะได้นำมาปรับปรุงและพัฒนาการเลี้ยงลูกของดิฉัน แต่ยังมีปัญหาในการเลี้ยงลูก
ที่ต้องขอรบกวนคุณหมอช่วยแนะนำ คือดิฉันมีลูกสาวคนแรกตอนนี้อายุ 1ขวบ 10 เดือน
เป็นเด็กอารมณ์ดี ยิ้มง่าย หากอยู่กับคนในครอบครัวหรือคนที่คุ้นเคย
|
|
|
ดิฉันเปิดร้านขายของชำบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งจะมีคนผ่านมาแวะซื้อของทุกวัน ลูกสาวก็ได้เจอคนทั่วไป
แต่หากมีญาติหรือเพื่อนๆ คุณพ่อคุณแม่มาเยี่ยม ลูกสาวจะเปลี่ยนเป็นคนละคน จากเคยสนุกสนาน ร่าเริง
พูดแจ้วทั้งวันกลายเป็นคนนิ่งเฉย เงียบ ก้มหน้าก้มตา ไม่สนใจใคร ไม่สบตาใคร ดิฉันเรียกคุย ด้วยก็เฉย
ไม่พูดด้วย ลูกสาวเป็นแบบนี้มาตั้งแต่อายุ 1 ขวบเศษ ไม่ทราบว่าลูกสาวดิฉันผิดปกติหรือเปล่าคะแล้วมีวิธีแก้ไขอย่างไรคะ
นอกจากนี้มีอีกเรื่องที่อยากจะให้คุณหมอแนะนำคือลูกสาวเป็นคนชอบดูสัตว์ทุกชนิด
เรียกชื่อสัตว์ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะในทีวีหรือหนังสือ เห็นหมา แมว เดินผ่านหน้าบ้านจะเดินออกไปดู
และเรียกชื่อสัตว์ได้ทุกอย่าง แต่เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ดิฉันไม่ทันระวัง มีหมาของเพื่อนบ้านมานอนเล่นหน้าบ้าน
ลูกสาวเห็นก็เลยเดินเข้าไปดู และเรียกหมาๆ ตามปกติที่เคยเรียก แต่หมาอาจจะตกใจ เลยลุกขึ้นเห่า
จนลูกสาวตกใจร้องไห้เสียงดัง
ดิฉันรีบวิ่งไปคว้าตัวลูก อุ้มลูกเข้าบ้านจนเขาหยุดร้อง แต่ตั้งแต่วันนั้น ลูกสาวกลายเป็นคนกลัวหมา
เห็นหมาที่ไหนจะรีบวิ่งรีบเดินมาให้คุณพ่อคุณแม่อุ้ม ถามว่าเป็นอะไร ลูกบอกว่ากลัวหมา
ดิฉันพยายามปลอบแต่ก็ไม่หายกลัว ถ้ายังเห็นหมาจะไม่ยอมลงเดิน ดิฉันกลัวลูกจะขาดความมั่นใจ
จนติดไปถึงตอนโต เพราะไปบ้านใครที่เลี้ยงหมาไม่ได้เลยจะรบเร้ากลับบ้าน จึงต้องขอรบกวนปรึกษา
และแนะนำวิธีแก้ไขปัญหานี้ด้วยค่ะ
คุณแม่น้องไหม
|
 |
|
จากที่เล่ามาจะให้สรุปว่าผิดปกติเลยคงไม่ได้ แต่เห็นว่าน้องไหมคงต้องใช้เวลาปรับตัวกับสิ่งแวดล้อม
เพราะจะมีปัญหาเฉพาะตอนที่ญาติมา แต่ตอนนี้อยู่กับคนคุ้นเคยน้องไหมก็ปรับตัวได้ดี ร่าเริง ยิ้มง่าย
คงต้องมองที่คนแปลกหน้า (ญาติๆ) ของเด็กมีวิธีการเข้าหาที่ดูรุกเร้ามากไป หรือเสียงดัง หรือแย่
และ... ฯลฯ เพราะในเด็กที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว คงต้องการให้คนเข้าหาค่อยๆ ทำความรู้จัก
ดีกว่าจู่โจมเลย
|
|
|
คราวนี้จะฝึกอย่างไรดี หมอคิดว่าผู้ใหญ่ที่มาหาคงต้องให้ทราบข้อมูลด้วยว่าลูกเราไม่คุ้นเคยกับคนแปลกหน้า
ให้เขาค่อยๆ เข้าหาเด็กถ้าอยากจะเล่นด้วย คุณแม่เองอาจต้องอยู่ใกล้ในช่วงแรกที่มีคนแปลกหน้าเข้ามา
เคยเล่นอะไรกันก็เล่นกันต่อไปเวลามีคนมาแวะซื้อของก็ให้น้องไหมช่วยส่งของให้ลูกค้าบ้าง (แค่ยื่นให้)
ค่อยเป็นค่อยไป ให้เวลากับลูก ลูกก็จะค่อยๆ ปรับตัวได้
สำหรับเรื่องกลัวสุนัข เพราะมีประสบการณ์เรื่องสุนัขเห่าใส่แล้วยังกลัวอยู่จนทุกวันนี้
หมอคิดว่าที่ผ่านมาคงตกใจสุดขีด ความจริงแล้วในเด็กหมอคิดว่ากลัวสุนัขบ้างก็น่าจะดี
เพราะไม่งั้นเด็กก็จะเผลอไปเล่นกับสุนัขอย่างไม่ระมัดระวังและอาจถูกกัดได้
การจะช่วยให้มีพฤติกรรมกลัวน้อยลง คงต้องให้ลูกได้พบเห็นประสบการณ์กับสุนัขที่ไม่คุกคาม
เช่น ในสารคดีเด็กๆ หนังสือ ตุ๊กตา เวลาเดินผ่านสุนัขถ้าระยะห่างพอควรก็ให้ลูกเดินเอง
โดยเราเดินเหมือนคอยกัน แต่ถ้าใกล้มากจะช่วยอุ้มลูกก็ไม่น่าเสียหาย ถ้าลูกได้ประสบการณ์ดีๆ บ่อยๆ
ความกลัวก็จะค่อยๆ ลดลง เราก็ค่อยๆ เลิกอุ้ม ปล่อยเดินเอง พอลูกโตก็สอนวิธีเดินเลี่ยงหรือเดินห่างๆ
และโตกว่านี้อีกหน่อยก็ค่อยพิจารณาว่าแบบไหนเล่นได้แบบไหนเล่นไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่เองก็ทำให้เขาเห็นว่าไม่น่ากลัว
แต่ไม่ต้องไปเร่งรัดเขาให้เลิกกลัว ค่อยๆ ทำความรู้สึกต่างๆ ก็จะค่อยๆ ลบเลือนไป
ผศ.พญ.สุวรรณี พุทธิศรี |
|
|