|
|
|
ลูกเขียนมือซ้าย จำเป็นต้องแก้ไขหรือไม่ ?
ลูกเขียนหนังสือด้วยมือซ้าย เคยลองปรึกษากับคุณครูก็บอกว่าเด็กอนุบาลชอบเขียนมือซ้ายกันเยอะ
จะมีวิธีแก้ไขไหม หรือว่าไม่จำเป็นต้องแก้ไขให้ปล่อยไปตามความถนัดของเขา ขอความคิดเห็นด้วยค่ะ
ดวงกมล/จันทบุรี
|
|
|
ในสมัยก่อนการเขียนหนังสือด้วยมือซ้ายเป็นสิ่งที่สังคมเราไม่ค่อยคุ้นเคย
และมักจะผลักดันให้เด็กเขียนหรือทำในสิ่งต่างๆ ด้วยมือขวามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย
ไม่ว่าเด็กจะถนัดซ้ายหรือขวาก็ตาม เนื่องจากแต่เดิมนั้นข้าวของเครื่องใช้ล้วนแล้ว
แต่ทำเพื่อผู้ถนัดขวาซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ พ่อแม่ปู่ย่าตายายจึงไม่อยากให้ลูกหลานต้องลำบาก
ยิ่งในยุคที่เด็กๆ ต้องใช้ปากกาหมึกซึมด้วยแล้ว การจับปากกาด้วยมือซ้ายอาจจะทำให้สมุดเลอะเทอะได้ง่าย
หรือแขนชนกับเพื่อนในขณะที่เขียนหนังสืออยู่คู่กัน บางท่านก็เชื่ออีกว่าถ้าหัดก็ให้หัดเสียตั้งแต่ยังเล็ก
เรียกว่ายิ่งเล็กยิ่งดี ทั้งๆ ที่ในช่วงวัยเล็กๆ นั้น เด็กๆ ยังใช้มือซ้ายขวาสลับกันอยู่บ้าง
เนื่องจากการงานของสมองยังพัฒนาไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งพออายุ 6 ขวบ
เด็กแทบทุกคนก็จะแสดงออกอย่างชัดเจนว่า เขาถนัดที่จะใช้มือข้างไหนกันแน่
|
|
|
จากสิ่งที่เคยปฏิบัติต่อๆ กันมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน พบอยู่เสมอว่าพ่อแม่บังคับให้ลูกที่ถนัดซ้ายไปใช้มือขวา
ซึ่งเป็นข้างที่ไม่ถนัดในความคิดนั้น พ่อแม่ทุกคนใช่ว่าอยากจะบังคับลูก แต่เข้าใจว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำ
เพราะความหวังดีที่มีต่ออนาคตของลูก
ในความเห็นของครูหวานนั้น เห็นด้วยกับคุณแม่และคุณครูของลูกค่ะว่า
ปล่อยให้เป็นไปตามถนัดของเขาเถอะค่ะ เขาจะใช้มือข้างที่ถนัดทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว
ทะมัดทะแมง เพราะการฝืนหรือบังคับให้ลูกน้อยทำในสิ่งที่ไม่ถนัดจะทำให้ลูกรู้สึกคับข้องใจ
รู้สึกว่ายากที่จะลงมือทำสิ่งใดให้สำเร็จหรือทำได้ก็ไม่ดีนัก เช่น การใช้กรรไกรตัดกระดาษ
การจับดินสอขีดเขียนภาพด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด หากผู้ใหญ่ลองใช้มือซ้ายซึ่งเป็นข้างที่ไม่ถนัดบ้าง
ผลงานคงออกมายึกยือไม่น่าดู แถมนิ้วทั้งห้าก็จะเกร็งจนเมื่อยไปหมด และหากเป็นนิ้วมือเล็กๆ ของลูก
ก็คงทนทำได้ไม่นาน พาลจะเมื่อยเอา หมดความอดทนเอาง่ายๆ
คราวนี้ลองนึกภาพตามนะคะ พอลูกจะหยิบช้อนตักไอศกรีมเข้าปากให้อร่อยเสียหน่อย
ก็มีเสียงดุว่ามาทันทีว่า "แม่บอกว่าให้ใช้มือขวาไงล่ะ" แล้วอาจจะตามมาด้วยเสียงบ่นว่ามาอีกสัก 2-3 ประโยค
หรืออาจถูกยัดเยียดช้อนใส่มือข้างขวาที่ไม่ถนัด ผลที่ตามมาก็คือความคับข้องใจ
ซึ่งทำให้เด็กรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจ เกิดความเครียด เด็กบางรายเมื่อถูกบังคับบ่อยๆ นานๆ
เข้าก็จะกลายเป็นเด็กที่ไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์ ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง
นอกจากนี้ในปัจจุบันมีการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้หลากหลายประเภทสำหรับผู้ที่ถนัดซ้าย
จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขเรื่องนี้ค่ะ สิ่งที่เราควรทำนอกเหนือจากนี้
คือการจัดกิจกรรมที่ทำให้ลูกใช้มือทั้งสองข้างร่วมกันเพื่อให้มีการประสานสัมพันธ์ที่ดี
ในการทำงานของมือทั้งสองข้าง สมองทั้งสองซีก และยังบริหารมือและนิ้วมือให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย
กิจกรรมเหล่านี้ ได้แก่ การปั้นคลึงดินเหนียว ดินน้ำมัน ละเลงสี การซักผ้าด้วยน้ำเปล่า
การร้อยลูกปัด การปิดเปิดฝาขวดเกลียว เป็นต้น ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ในบ้านเราเองค่ะ
อ.ธิดา พิทักษ์สินสุข
ผู้อำนวยการโรงเรียนเพลินพัฒนา |
|
|