|
|
|
ลูกชายฝาแฝดอยู่อนุบาลสอง แยกห้องเรียนดีไหม
มีลูกชายฝาแฝดกำลังเรียนอยู่อนุบาล 2 ซนมากๆ คุณครูแนะนำว่าให้แยกห้องเรียนแต่ลูกก็งอแง
เพราะอยากอยู่ด้วยกัน ตัวดิฉันสงสารลูก ไม่อยากเห็นเขาร้องไห้ที่ต้องแยกเรียนคนละห้องกัน
อยากถามว่าทำไมคุณครูต้องแยกห้องลูกด้วยคะ (ไม่กล้าถามครูค่ะ)
มามี้น้องซอ-ซึง/ลพบุรี
|
|
|
ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของผู้เป็นแม่ที่สงสารลูกฝาแฝดค่ะ ไม่อยากให้ลูกร้องไห้เพราะต้องแยกจากกัน
เคยมีคำถามจากคนที่มีลูกฝาแฝด ถามว่าฝาแฝดจำเป็นต้องแต่งตัวเหมือนกันหรือไม่ หรือเมื่อเข้าโรงเรียนแล้ว
ควรเรียนอยู่ห้องเดียวกันหรือเปล่า ต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนกันหรือได้ของเล่นเหมือนกันไหม
|
|
|
คำตอบอยู่ที่ผู้เป็นพ่อแม่มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ลูกเหมือนหรือต่างกัน เช่น
เด็กฝาแฝดแต่งตัวเหมือนกันเพราะพ่อแม่ชอบ ต้องการทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองคือเด็กฝาแฝด
และการเป็นฝาแฝดถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หรืออาจเห็นว่าเด็กฝาแฝดที่แต่งตัวไม่เหมือนกันเป็นเรื่องธรรมดา
คิดว่าเป็นเรื่องปกติที่เด็กทั้งคู่จะแต่งตัวต่างกันก็ได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวล
ดังนั้น เมื่อลูกเริ่มเข้าโรงเรียน เด็กฝาแฝดอาจถูกให้อยู่ชั้นเดียวกัน ห้องเดียวกัน
เช่นเดียวกับลูกของคุณแม่คือน้องซอและน้องซึง หรืออาจถูกแยกห้อง
ทั้งนี้การจะให้เด็กอยู่ห้องเดียวกันหรือแยกห้องนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้ง 2 กรณี
และทั้ง 2 กรณีก็มีเหตุผลมาสนับสนุนกันค่ะ
การให้เด็กเรียนอยู่ห้องเดียวกันนั้น อาจมีเหตุผลที่ว่าเป็นฝาแฝดที่เล่นด้วยกันมาเกือบตลอดเวลา
และไปกันได้ด้วยดี หากเป็นเช่นนี้เด็กจะรู้สึกทุกข์ทรมานเมื่อต้องถูกแยกจาก
เพราะนอกจากจะคิดถึงคู่แฝดของตัวเองแล้ว ก็ยังคิดถึงแม่เหมือนเด็กอื่นๆ อีกด้วย
แต่ถ้าพ่อแม่คิดว่าเด็กฝาแฝดควรแยกจากกันบ้างชั่วขณะ และปล่อยให้ฝาแฝดแต่ละคนพัฒนาตัวเอง
ไปตามศักยภาพของตน ก็ควรตัดสินใจแยกห้องเรียน อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่ควรตระหนักว่า
การเริ่มต้นไปโรงเรียนเป็นเรื่องเครียดสำหรับเด็กทุกคนค่ะ
ในความเป็นจริงเด็กฝาแฝดอาจมีความต้องการที่แตกต่างกันได้ เด็กอาจอยากอยู่คนละห้องหรือคนละโรงเรียน
เพราะมีความแตกต่างของพัฒนาการทางสติปัญญา บางครั้งแฝดคนหนึ่งอาจจะเป็นคนชอบเรียนรู้
ชอบอ่าน แต่อีกคนกลับไม่ชอบเลย กลับไปชอบกีฬามากกว่า ฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรกังวลว่า
เด็กจะต้องเรียนห้องเดียวกัน หรือต้องเรียนรู้ในเรื่องเดียวกันทุกอย่าง อีกเรื่องหนึ่งคือเด็กฝาแฝดหลายคู่
ทุกข์ทรมานจากการที่ต้องถูกเปรียบเทียบกันเอง โดยการปฏิบัติที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ใหญ่
ทำให้แฝดอีกคนหนึ่งไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง กลัวความผิดหวังไม่กล้าทำสิ่งที่ดีๆ
ซึ่งแม้ความรู้สึกแบบนี้อาจจะเกิดกับเด็กอื่นๆ ได้ แต่สำหรับเด็กแฝดนั้นดูจะมีปัญหามากกว่า
ทำให้ผู้ใหญ่มองข้ามความต้องการที่แท้จริงของเด็กแฝดแต่ละคนไป
เพราะการเป็นฝาแฝดควรเหมือนกันเฉพาะรูปร่างหน้าตาเท่านั้น
นอกจากนี้ธรรมชาติของเด็กอนุบาลมักจะไม่อยู่นิ่ง อยากรู้อยากเห็นเรื่องรอบตัวเสมอ
และถ้ามีเพื่อนวัยเดียวกันเล่นด้วยแล้ว ผู้ใหญ่อาจจะมองว่าเด็กซน ซึ่งสำหรับน้องซอและน้องซึง
กำลังอยู่ในวัยดังกล่าวและยังเป็นฝาแฝดกันอีก จึงเป็นธรรมดาที่ทั้งสองจะสนิทสนม
และมีความผูกพันกันมากเป็นพิเศษ
ในกรณีของคุณแม่แนะนำให้พูดคุยกับครูของลูกดีกว่าค่ะ ไม่ควรเก็บข้อสงสัยไว้ว่า
ทำไมจึงอยากให้ลูกแยกห้องเรียนกัน เพื่อจะได้ทราบเหตุผลที่แท้จริง
เพราะดิฉันเชื่อว่าครูยุคนี้พร้อมที่จะรับฟังและร่วมมือกับทางบ้านในการพัฒนาเด็ก
จะได้หาวิธีที่ดีที่สุดให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคนไงคะ
ผศ.ดร.พัชรี ผลโยธิน |
|
|