|
|
|
ลูกอ่านเขียนไม่ได้ ไม่ยอมสนใจต้องหลอกล่อ
ทำอย่างไรดีคะ
ลูกสาวเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 แล้ว ยังอ่านเขียนไม่ได้เลย
แม่จะจับมือสอนเขียนสอนอ่านก็ไม่สนใจ ต้องหลอกล่อว่าต้องทำให้เสร็จก่อนจึงค่อยเล่น
พอเคี่ยวเข็ญหนักเข้าก็จะบ่นว่าง่วงนอนทุกที จะทำอย่างไรดีคะ
จันทิมา/กรุงเทพฯ
|
|
|
ลูกสาวของคุณแม่คงรู้สึกไม่สนุกกับการอ่านและการเขียนเสียแล้วล่ะค่ะ
ตอนนี้เราคงต้องมาเริ่มต้นกันที่ความรู้สึกที่ดีต่อการอ่านและการเขียนก่อนนะคะ
อย่าเพิ่งใจร้อนแล้วมุ่งเอาผลของงาน เอาใจเขามาก่อนดีกว่าค่ะ
|
|
|
สำหรับการอ่าน วิธีที่จะทำให้ลูกรักการอ่านจะต้องทำให้เขารู้สึกว่าเป็นสิ่งที่นำความสุขมาให้
หากคุณแม่อ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟังทุกวันอย่างสม่ำเสมอ แล้วชวนลูกอ่านคำที่คาดว่าลูกจะอ่านได้
แม้ว่าจะเป็นการคาดเดาก็ตามค่ะ เช่น อ่านชื่อเรื่อง ชื่อตัวละคร ตัวเอกในเรื่อง
คำที่ปรากฏซ้ำๆ ในเรื่อง ทั้งนี้เพื่อเสริมความมั่นใจว่าเขาอ่านได้ อย่าเพิ่งไปเน้นที่การสะกดคำ
เดี๋ยวการอ่านจะหมดความสนุกไปเสียก่อน
นอกจากนี้การชี้ชวนให้ลูกอ่านป้ายต่างๆ ฉลากขนม ชื่อร้านค้าที่ลูกคุ้นเคย
จะช่วยเสริมให้ลูกรู้สึกว่าเขาพอจะอ่านได้ การสอนอ่านแบบนี้เป็นการสอนการอ่านในเชิงบวกค่ะ
มีทั้งให้กำลังใจ ให้ความเชื่อมั่น และทำให้การอ่านเป็นกิจกรรมที่ทำให้แม่ลูกได้ใกล้ชิดกัน
แต่ในทางตรงกันข้าม หากเราสอนการอ่านในเชิงลบคือ การเคี่ยวเข็ญ เอาเป็นเอาตาย ตำหนิ
ท่าทีที่แสดงความอ่อนอกอ่อนใจ เปรียบเทียบกับเด็กอื่น ลูกจะท้อแท้ หมดกำลังใจ ไม่สนุก
ไม่อยากอ่าน ซึ่งยิ่งไม่อยากอ่านก็ยิ่งไม่ดีค่ะ เพราะกติกาสำคัญคือ
ต้องทำให้ลูกรักการอ่านก่อนที่ลูกจะอ่านได้ค่ะ จากนั้นต้องช่วยประคับประคอง
ให้เขารู้สึกประสบความสำเร็จทีละน้อย และชื่นชมกับความสำเร็จนั้นด้วยค่ะ
ความสามารถในการอ่านของลูกจะเพิ่มขึ้นในทุกวัน
การเขียนนั้นดูจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเด็กๆ หลายคนที่เริ่มเข้าสู่การเขียน
ที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติและพัฒนาการของเด็ก เช่น ให้เริ่มเขียนคัดตัวหนังสือกันตั้งแต่ยังเล็ก
จับดินสอก็ไม่ถนัดเพราะกล้ามเนื้อเล็กคือ มือ และนิ้วมือยังไม่แข็งแรงดีนักนั่นเองค่ะ
ทำให้ยังบังคับมือให้เป็นไปตามตัวอักษรได้ไม่ดี เขียนไม่นานก็เมื่อยมือทำก็ไม่ค่อยจะเสร็จ
ประกอบกับวิธีการสอนที่ไม่สนุก ไม่เห็นว่ามีความหมายอะไรกับตัวเขา ทำเพราะต้องทำ
จึงมีอาการอิดออดตามมา อยากให้ลูกมีกล้ามเนื้อมือแข็งแรง และบังคับมือให้ลากเส้นให้เป็นไป
ดังต้องการก็ต้องเตรียมกระดาษ ดินสอสี ให้ลูกวาดภาพระบายสีเล่นอย่างอิสระ
อย่างนี้สนุกและได้ประโยชน์
การสร้างแรงจูงใจให้ลูกขีดเขียนเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ
ก็ใช้หลักการเดียวกับการสอนให้ลูกรักการอ่านค่ะ มีการให้กำลังใจ
ให้ลูกประสบความสำเร็จทีละน้อย ชวนลูกเขียนสิ่งที่อยากเขียน
ผิดบ้างถูกบ้างก็ไม่เป็นไรค่ะ ให้อยากเขียนเอาไว้ก่อน
ยิ่งทำบ่อยความผิดพลาดก็จะน้อยลงตามลำดับ หากเป็นเรื่องของการบ้าน
คุณแม่คงต้องเรียนให้คุณครูทราบว่า คุณแม่กำลังปรับให้ลูกรู้สึกดีกับการอ่านและการเขียน
ในระยะแรกนั้นลูกอาจจะยังทำงานได้ไม่หมดเท่าที่ครูกำหนดมาค่ะ
ก็อาจแบ่งการเขียนให้พอเหมาะกับที่ลูกจะทำได้สำเร็จ
สำหรับการจับมือลูกเขียนนั้น มักจะเป็นวิธีที่ไม่ค่อยจะได้ผลนักค่ะ
เนื่องจากเวลาเราจับมือลูกจะสังเกตว่าลูกแทบจะไม่ต้องออกแรงเขียนเลย
และตาก็ไม่ได้มองดูด้วย และบางทีมือคุณแม่ยังบังการเขียนของเขาอีกด้วย
ดังนั้น ให้เขาลงมือทำด้วยตัวเองดีกว่า จะสวยบ้างไม่สวยบ้างก็ทำด้วยตัวของเขาเอง
เราคงเพียงแต่แนะวิธีให้เขาจะดีกว่าค่ะ
การปรับเปลี่ยนวิธีคิด และท่าทีของผู้ใหญ่มีผลอย่างยิ่งต่อความรู้สึกของลูกในการเขียน
อ่าน และการเรียนของลูก เรื่องนี้คุณแม่จะช่วยลูกได้มากค่ะ การปรับเปลี่ยนทัศนคติต้องอาศัยเวลา
จะเป็นกำลังใจให้ทั้งคุณแม่และคุณครูค่ะ
อ.ธิดา พิทักษ์สินสุข
ผู้อำนวยการโรงเรียนเพลินพัฒนา |
|
|