ลูกมีปัญหาเมื่อไปเนิร์สเซอรี่

ปัญหาของดิฉันมีอยู่ว่า เดิมดิฉันเลี้ยงลูกคนเดียวโดยตลอดตั้งแต่แรกเกิด ที่บ้านอยู่กัน 3 คนพ่อแม่ลูก สามีไปทำงานจะช่วยดูบ้างตอนเย็นๆ และเสาร์-อาทิตย์จนลูกอายุ 1 ปี 8 เดือน ดิฉันเอาแกไปอยู่เนิร์สเซอรี่ เพราะดิฉันท้องใกล้คลอดแล้ว วันแรกที่ไปคือ 17 พ.ค.44 ไปครึ่งวัน โดยดิฉันไปอยู่ด้วยอีก 2 วัน ต่อมาก็ไปอีกอย่างละครึ่งวัน แต่ดิฉันไม่ได้ไปด้วย แกก็ไม่ร้อง ทางเนิร์สเซอรี่บอกมา พอวันพฤหัสบดี 24 พ.ค. แกไม่สบายสามีไปรับกลับมาตอนเที่ยงและหยุดวันศุกร์ วันจันทร์ก็ไปตามปกติจนถึงวันพุธ ทางเนิร์สเซอรี่โทร.มาบอกว่าแกร้องทั้งวันเลย ต้องอุ้มกันตลอด ให้ไปรับกลับเร็วหน่อย หลังจากนั้น 30-31 พ.ค. ดิฉันก็ไม่ให้ลูกไปอีกเลยด้วยสาเหตุที่…
1. เดิมแกชอบเล่นน้ำมาก แต่เดี๋ยวนี้ไม่ยอมให้ถอดเสื้อ กางเกง พอพูดว่าอาบน้ำแกจะวิ่งหนีเลย
2. แกจะร้องกรี๊ดๆ ดังมากเวลาไม่พอใจ และร้องอยู่นาน 5-10 นาที
3. ตอนกลางคืนกลางดึกจะตื่นมาร้องไห้เสียงดัง เดิมแกตื่นมาพอเห็นแม่แกก็มาซบ แล้วหลับต่อได้เลยไม่ร้อง ส่วนอย่างอื่นก็ปกติดี ดิฉันควรจะแก้ไขพฤติกรรมทั้ง 3 ข้ออย่างไรดี ตอนนี้ดิฉันก็ได้แต่ใจเย็นๆ พยายามพูดกับแกดีๆ ไม่บังคับแกจนเกินไป พยายามหลอกล่อให้แกอาบน้ำ เวลาสามีกับดิฉันพยายามช่วยกันถอดเสื้อให้แกจะมากอดดิฉันแน่นเลย เหมือนกลัวและร้องไห้ด้วย ดิฉันทำถูกไหมคะที่ไม่ให้แกไปเนิร์สเซอรี่อีก

นิดา ยอดดำเนิน


อาการของลูกคุณทั้งหมดนั้น คงเป็นปฏิกิริยาต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงที่เขา ห่างพ่อแม่ไปอยู่เนิร์สเซอรี่ และคงมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เด็กตกใจกลัว
ลูกคุณอายุ 1 ปี 8 เดือน ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดีโดยตลอดจากคุณพ่อคุณแม่โยเฉพาะใกล้ชิดกันมาก และอยู่กันเพียง 3 คน เท่านั้น เด็กวัยนี้กำลังเป็นวัยที่กลัว กังวลต่อการพลัดพรากจากคนที่เขาผูกพัน ไปอยู่กับคนที่เขาไม่รู้จักไม่คุ้นเคย และเด็กจะกลัวอะไรนั้นเราบอกไม่ได้ ขึ้นอยั่บการรับรู้ และความคิดความรู้สึกของเด็กแต่ละคน

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ใกล้คลอด คุณก็พาเขาไปอยู่เนิร์สเซอรี่วันแรกๆ ไม่พบมีปฏิกิริยาใดๆ นั้นเป็นได้ค่ะ เด็กหลายคนที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี มีความผูกพันกับพ่อแม่ดี เขาจะมีความมั่นใจเป็นตัวของเขา เขาจะสนใจสิ่งแปลกใหม่ เข้ากับคนได้ ผละห่างจากแม่ได้ในระยะสั้นๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขากลับกลัวร้องไห้และเกิดคิดถึงเราขึ้นมาอีกก็ได้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาสามารถห่างเราได้ เด็กอนุบาลบางคนโดยเฉพาะอายุน้อยๆ 2 ขวบ 3 ขวบ มีปฏิกิริยาอย่างนี้และเป็นได้อย่างนี้ก็พบได้เสมอ

เมื่อเด็กเจ็บป่วย ความไม่สบายทำให้จิตใจเขาอ่อนแอลง เด็กมีพฤติกรรมถอยหลังได้ ในระยะไม่สบายเขาจะติดเรามากขึ้น อ้อนมากขึ้น การเจ็บป่วยอาจทำให้กินได้น้อย เด็กอ่อนเพลีย เขาจะพึ่งเรามากขึ้น ทำให้เขาต้องการเรา คิดถึงเรา ซึ่งจะเกิดขั้นตอนใดก็ได้

สิ่งที่สำคัญมากสำหรับเด็กเล็กคือการที่เขาพบกับอะไรที่ทำให้เขาตกใจ หวาดกลัวและดังที่กล่าวแล้วค่ะว่าเด็กรับรู้เรียนรู้ไม่เหมือนกัน ความชอบไม่ชอบต่างกันไป ปฏิกิริยาต่างกันไป การที่เด็กร้องทั้งวันแสดงถึงความผิดปกติอย่างมาก เด็กอาจตกใจ อาจกลัว อาจเจ็บปวด ทำให้เขาคิดถึงพ่อแม่มาก แม้ครูจะอุ้มจะปลอบก็ไม่หยุด คุณควรถามถึงเหตุการณ์โดยเฉพาะเมื่อตอนเช้าที่พาเขาไปส่งแล้วมีอะไรเกิดขึ้น เหตุการณ์ เป็นเช่นไรบ้าง ควรจะช่วยกันหาสาเหตุ การที่เขากลัวเรื่องอาบน้ำ แล้วไม่ยอมถอดเสื้อ กางเกง ทั้งๆ ที่แต่ก่อนไม่มีปัญหา ขนาดที่คุณบอกว่าอาบน้ำเด็กก็วิ่งหนี กลางคืนตื่นมาร้องเสียงดังหรือเวลาไม่พอใจร้องอยู่นานกว่าปกติ อาการทั้งหมดเหล่านี้ สะท้อนถึงความรู้สึกของเด็กที่คงจะตกใจหรือหวาดกลัวอย่างใดอย่างหนึ่งมาก็ได้ ไม่ทราบว่าคุณแม่ได้สำรวจดูร่างกายลูกบ้างหรือเปล่าคะว่ามีรอยช้ำหรือบาดแผลที่ใดอย่างไรบ้าง เช่น เด็กอาจหกล้ม หรือถูกเพื่อนโตๆ กลั่นแกล้งเวลาเข้าห้องน้ำ เป็นต้น

หมอเคยพบเด็กเล็กขนาดนี้และโตกว่านี้ถูกเด็กโตรังแกเวลาเขาเข้าห้องน้ำ ทำให้เด็กหวาดกลัวมาก และกลายเป็นกลัวการขับถ่ายและกลัวการเข้าห้องน้ำไปก็มี บางคนโดนครูหรือพี่เลี้ยงทำเอาก็มี

ฉะนั้นในขณะนี้คุณคงใช้วิธีปลอบโยนลูก พูดดีๆ พยายามให้บรรยากาศสงบในเวลาอาบน้ำ ไม่ไปบังคับข่มขู่หรือมีอารมณ์กับเขา อย่างที่คุณได้บอกไปนั้นก็เหมาะสมอย่างยิ่งค่ะ และก็เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ให้เขาหยุดไปเนิร์สเซอรี่ อาการของลูกคุณมีหวาดกลัว และร้องไห้กอดแม่แน่นในเวลาถอดเสื้อผ้า แสดงว่าเขากลัวเหตุการณ์อย่างนี้จริงๆ เด็กเล็กๆ นั้นอาการแสดงของเขาเป็นสิ่งบอกเรามาก ถ้าเขาพูดได้เขาคงบอกได้ว่าใครทำเขา เขาไปพบอะไรมา เช่นเด็กโตกว่านี้จะพูดเล่าได้ถึงเหตุการณ์ที่เขาประสบ

ในระยะนี้ขอให้คุณช่วยเหลือลูกไปก่อน และไม่ไปพูดย้ำความกลัวหรือเรื่องเนิร์สเซอรี่อีก ให้เวลาผ่านไปเขาจะค่อยๆ ดีขึ้น และคงต้องรอเวลากว่าเขาจะพูดได้เก่ง รู้เรื่องกว่านี้ ช่วยเหลือตัวเองมากกว่านี้ เช่น 3 ขวบ จึงค่อยเข้าโรงเรียน ขณะนี้คุณแม่ดูแล 2 คนคงจะเหนื่อยหน่อย แต่ก็ปลอดภัยและดีกว่าที่จะให้ลูกไปหวาดกลัวอะไรมาอีก

หมอขอชมเชยคุณค่ะที่คุณพยายามเข้าใจลูกปลอบโยนดูแลลูก ไม่ไปโกรธหรือบังคับเขาที่ไม่ให้ความร่วมมือ เพราะเมื่อเด็กกลัวเราต้องช่วยเหลือ และในช่วงแรกๆ ควรหาสาเหตุจากโรงเรียนเพื่อช่วยเหลือและป้องกันต่อไป

ศ.พญ.วัณเพ็ญ บุญประกอบ




(update 28 พฤศจิกายน 2002)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก  ปีที่ 19 ฉบับที่ 227 ธันวาคม 2544 ]



[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600