|
|
|
กลัวลูกติดจากสามีจะมีปัญหา
ดิฉันมีเรื่องอยากสอบถามคุณหมอเป็นการด่วน เพราะร้อนใจมาก
ดิฉันได้แต่งงานอยู่กินกับสามีที่มีลูกติดวัย 5 ขวบ (ชาย) แรกๆ กลัวจะเข้ากับแกไม่ได้
แต่ตอนนี้เริ่มติดดิฉันแล้ว จะให้แกเรียกดิฉันว่าน้าก่อน เพราะแกรู้ว่าแกมีแม่อยู่
ขอถามเลยนะคะ
|
|
|
1. จะทำอย่างไรให้แกเลิกติดขวดนมกับตุ๊กตาเสียทีเพราะเวลาร้องไห้ทีไร
ก็จะต้องหาแต่ขวดนมกับตุ๊กตาจนเป็นที่น่ารำคาญ (เคยใช้บอระเพ็ดก็ไม่สำเร็จ)
2. เราจับแกแยกนอน โดยให้นอนกับแม่สามี (ช่วงแรกนอนกับเรา)
แกจะร้องไห้ตื่นขึ้นมาว่าพ่อไม่รักแก น้าไม่รักแก เสียงดังมากไม่ทราบจะทำอย่างไร
ให้แกหายความกังวลตรงนี้เพราะพ่อแกเคยไปทำงานบอกว่าจะกลับมาก็ไม่กลับ
เพราะช่วงนั้นอยู่กับดิฉัน (ยังไม่ได้เข้ามาที่บ้าน) ตื่นขึ้นมาไม่เห็นใครแกคงคิดว่าทิ้งแกไป
3. เด็กเจอแม่เดือนละครั้งจะมีความผูกพันกันมากหรือเปล่าคะ
แต่แกไม่ค่อยตามแม่จะติดพ่อซะมากกว่า (เห็นแฟนบอกว่าแม่เขาชอบตีลูก
ลูกเลยไม่ค่อยติดแม่)
คงต้องรบกวนคุณหมอช่วยแนะนำวิธีดังกล่าวให้ด้วย
เพราะเป็นห่วงแกกลัวเป็นเด็กมีปัญหา
นภาวรรณ
|
|
หมอดีใจแทนลูกเลี้ยงของคุณที่มีคุณน้า (แทนที่แม่) ให้ความห่วงใยอาทรกับเขา
และมีความจริงใจกับเขาด้วย การที่เขาเริ่มติดคุณแสดงว่าเขามีความไว้วางใจคุณแล้ว
และมั่นใจว่าคุณเป็นที่พึ่งของเขาได้ นับว่าเขาโชคดี เพราะพัฒนาการของเขาจะเป็นไปได้ดีต่อไป
ก็จะต้องมีพื้นฐานสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ที่เลี้ยงดูในขณะปัจจุบัน แม้ว่าชีวิตของเขาตั้งแต่เล็กๆ
มานั้นจะประสบปัญหา และมีความทุกข์กังวลมามากก็ตาม
|
|
เด็กที่ขาดความรัก มีความรักไม่พอเพียง หรือความรักลุ่มๆ ดอนๆ
และเผชิญกับปัญหาที่ไม่สงบสุขภายในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีความระหองระแหงกัน
ทะเลาะกันจนถึงขั้นเลิกรากันไปนั้นย่อมกระทบกระเทือนเด็กแน่นอน
เขาถูกตีมาบ่อยแสดงว่าเขาเผชิญกับอารมณ์ของแม่มามาก
เด็กเคยประสบกับการทอดทิ้งและแม่ก็ทิ้งเขาไปจริงๆ และพ่อซึ่งหายไปไม่กลับ
โดยไม่ได้บอกเขา
เด็กวัย 4-5 ขวบปีแรกจะกลัวการพลัดพรากและการทอดทิ้งมาก
ยิ่งความสัมพันธ์เดิมไม่ดีต่อกันเด็กจะยิ่งมีความหวั่นไหวกังวลได้สูง
เขาจะกลัวการถูกทอดทิ้งและการแยกจากได้มากๆ เด็กจะยังไม่เข้าใจนัก
หรือขณะอาจพอเข้าใจบ้างแต่ก็ยังทำใจไม่ได้ความกระทบกระเทือนทางจิตใจจากพ่อแม่ของเขา
เป็นเรื่องที่ใหญ่โตและสำคัญมากจนเขาไม่สามารถลืมได้ง่ายๆ
แต่นับว่าเคราะห์ดีมากที่ลูกชายลูกเลี้ยงคุณคนนี้รู้จักปลอบใจตัวเอง
รู้จักสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งในเวลาที่ผ่านมาเขาก็คงได้รับความรัก ความใกล้ชิด
และการดูแลบ้างจากแม่และพ่อ และสามารถสร้างสัมพันธ์กับพ่อได้บ้าง
เขาสามารถหาสิ่งของมาทดแทนยามเขารู้สึกว้าเหว่ หงอยเหงา หรือทุกข์กังวล
ฉะนั้นการที่เขาติดตุ๊กตานั้นสำคัญมาก เพราะตุ๊กตาคือสิ่งที่เป็นเพื่อนเขา
ปลอบใจเขา ช่วยประคับประคองจิตใจเขาไว้บ้าง
หมอขอแนะนำว่า คุณอย่าไปห้ามเขาในเรื่องนี้ หรือพยายามไปรบกวนบังคับเขา
เมื่อเขาร้องไห้เขาร้องหาขวดนมและตุ๊กตา เรื่องขวดนมนั้นไม่ควรให้เพราะเด็กควรเลิกแล้ว
และเราเก็บออกให้หมด ใช้หลอดดูดแทนหรือให้ดื่ม และบอกเขาด้วยว่า
ตอนนี้จะไม่มีการดูดขวดนมอีก เพราะเขามีความสามารถกินเอง ดื่มเองได้
แต่เรื่องตุ๊กตานั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แม้เราไม่สนับสนุนให้เด็กผู้ชายมีตุ๊กตา แต่เราก็ไม่ขัดขวาง
ถ้าการมีนั้นเขามีเพื่อการปลอบใจไม่ได้เอามาเล่น เขาร้องไห้เราให้เขากอดได้
แต่ที่สำคัญคือ คุณหรือพ่อของเขา (ถ้าเขาอยู่) จะเป็นบุคคลสำคัญที่จะเป็นผู้ปลุกปลอบ
และให้กำลังใจเขาแทน เขาอาจกอดตุ๊กตาและคุณกอดเขา ปลอบเขายามที่เขาเจ็บปวด
เสียใจได้และในภายหลังเขาก็ไม่ต้องการตุ๊กตาอีกต่อไป
ถ้าเขามั่นใจว่าคุณเป็นคนที่ให้ความอบอุ่นเป็นกำลังใจแทนให้เขา
เขาจะปล่อยตุ๊กตาเอง ข้อสำคัญอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับตุ๊กตาให้เขามีไว้เฉพาะที่บ้าน
เฉพาะเวลานอน โดยเราไม่ไปกระตุ้นเตือน เราเฉยเสียให้เขาเก็บรักษาของเขา
แต่ไม่เอาไปไหนด้วย เพราะเขาจะมีคุณและพ่อแทน ฉะนั้นความรักความเอาใจใส่
ความอบอุ่น เป็นกำลังใจของคุณและพ่อเขาจะเข้ามาแทนที่ ให้เด็กเกิดความมั่นใจแทน
ในกรณีที่ให้เขานอนกับคุณย่าแล้วตื่นกลางดึกมาร้องว่าพ่อไม่รัก
แม่ไม่รักนั้น ไม่เป็นไรค่ะ เด็กจะหายกังวลและมั่นใจขึ้นได้
ด้วยการปฏิบัติของคุณและพ่อของเขาต่อๆ ไป แต่ใช้เวลากว่าเด็กจะมั่นใจ
เราต้องให้โอกาสและเวลากับเด็กในการปรับตัวและพัฒนา
ยิ่งเขาเคยประสบกับเหตุการณ์มาแล้ว ยิ่งฝังใจไม่เลิกได้ง่ายๆ
ข้อสำคัญอย่าให้คุณพ่อเขาทำอย่างนั้นอีก ไปไหนมาไหนต้องบอกเขา
ถ้าจะช้าก็โทรศัพท์มาบอก เด็กจะกลัวมากในความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้ง
และคนที่เขารักผูกพันอยู่หายไป เด็กๆ ยังเข้าใจคำพูดบอกไม่ได้ดีเท่ากับการกระทำ
และการปฏิบัติต่อเขา
ฉะนั้นขอให้คุณและคุณพ่อของเขาพยายามรักษาสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน
และกับลูกอย่าใช้วิธีขู่ว่าจะทิ้งไป หรือไปโดยไม่บอก ความวิตกกังวลจะค่อยๆ
ดีขึ้นเมื่อเราปฏิบัติสร้างความมั่นใจต่อกันและเวลาที่ผ่านไปจะเป็นสิ่งที่ช่วยพร้อมกับเด็กโตขึ้น
เข้าใจมากขึ้นและช่วยเหลือตนเองได้ดีขึ้น
การพบปะกับแม่นั้นเป็นเรื่องดี เขาควรพบกันบ้างเพราะความเป็นแม่ลูกนั้นจะตัดขาดไม่ได้
ตามธรรมชาติความผูกพันในสายเลือดก็คงมีไปได้ตามปกติแต่จะมากน้อยขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาท่าทาง
และการปฏิบัติของแม่ที่มีต่อลูก การที่เด็กอยู่กับคุณตลอดเวลา ทำอะไรด้วยกัน
เข้าใจกัน ไว้วางใจกัน มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จะสร้างความรักผูกพันแน่นแฟ้นได้ยอย่างมาก
เด็กจะรู้ได้ในที่สุดว่า ใครคือผู้ที่เขาพึ่งได้ไว้ใจได้และจริงใจต่อเขา เด็กเองจะกลัวอยู่แล้ว
และอาจโกรธแม่ก็ได้ที่ทิ้งเขาไป
ฉะนั้นเพื่อช่วยความรู้สึกของเด็ก เราจะไม่ไปทับถมความผิดของแม่
แต่กลับให้เด็กรับรู้ว่าแม่เขาคงมีความจำเป็นในการกระทำเช่นนี้ แต่แม่ก็คงรักลูก
เป็นแต่เพียงเขาเลี้ยงไม่ได้และอยู่กับลูกไม่ได้เท่านั้น แต่พ่อและคุณจะรัก
และเลี้ยงดูเขาไม่ทอดทิ้งเขา เด็กจะเติบโตขึ้นด้วยความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง
และไม่ไปถือโกรธและกังวลใจกับการจากไปของแม่ จึงขอให้คุณมั่นใจในความปรารถนาดี
ตั้งใจ จริงใจในการช่วยเลี้ยงลูกของสามีคุณต่อไปด้วยความสบายใจค่ะ
ศ.(เกียรติคุณ)พญ.วัณเพ็ญ บุญประกอบ |
|
|