|
|
|
ไตติดเชื้อ
ดิฉันได้อ่านคุณหมอตอบคำถามในรักลูกทุกฉบับ และได้นำคำตอบของคุณหมอ
มาประยุกต์ใช้กับการเลี้ยงลูกสาวทั้ง 2 คน ได้ประโยชน์มากค่ะ
แต่ก็มีเรื่องโรคประจำตัวของลูกสาวคนโต
ที่ต้องรบกวนคุณหมอช่วยตอบปัญหาให้หน่อยค่ะ
|
|
|
ลูกสาวคนโตตอนนี้อายุ 3 ขวบ 3 เดือน โดยทั่วๆ ไปดูแกแข็งแรงดี
มีพัฒนาการที่ดีมาก สูง 98 ซม. น้ำหนัก 15 กก. พูดรู้เรื่อง ตอบโต้คำพูดได้ทุกเรื่อง
ปัญหาที่แกมีคือตอนอายุได้ 4 เดือน ลูกตัวร้อนจัดมากพาไปพบหมอ กินยาลดไข้
ไข้ก็ไม่ลด ตรวจสอบจนพบว่าแกป่วยเป็นโรคไตติดเชื้อ เนื่องจากท่อไตด้านซ้ายโตผิดปกติ
(ตรวจสอบโดยการฉีดสีเข้าทางท่อปัสสาวะ เอ็กซเรย์ อัลตราซาวนด์)
ได้ทำการรักษาต่อเนื่องด้วยการกินยา Back trim ทุกคืนก่อนนอนตั้งแต่อายุประมาณ 6 เดือน
จนถึงปัจจุบันก็ยังกินยาอยู่ทุกคืน ตอนอายุประมาณ 18 เดือน ได้เช็กท่อไตด้วยการฉีดสีซ้ำอีกครั้ง
(แกร้องไห้รู้สึกทรมานมาก) ผลออกมายังเหมือนเดิม คือระดับ 4 คุณหมอใหยามากินต่อ
และนัดอีก 3 เดือนถัดไป ตั้งแต่วันนั้นจนถึงขณะนี้ลูกสาวอายุ 3 ขวบ 3 เดือนแล้ว
ยังไม่ได้กลับไปพบคุณหมออีกเลย กลัวคุณหมอจะจับแกฉีดสีอีก
แต่ก็ให้ลูกกินยาอยู่ทุกคืน คืนละ 2.5 ซีซี. แต่แกไม่เคยติดเชื้อซ้ำอีกเลย
น้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ ส่วนสูงดี ไม่เป็นไข้ ไม่เป็นหวัดถ้ามีอาการไข้ดิฉันจะจับตรวจฉี่ทันที
แต่ก็ไม่เคยปรากฏว่าแกติดเชื้ออีก ลูกสาวมีปัญหาเรื่องท้องผูกค่ะ 2-3 วันถึงจะถ่าย
อุจจาระแข็งและก้อนใหญ่มาก ให้กิน Mucilin ก็ยังคงเป็นอยู่
ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับโรคท่อไตที่แกเป็นอยู่หรือเปล่า เพราะแกท้องผูกมาตั้งแต่เกิด
ปัญหาที่อยากจะปรึกษาหมอมีดังนี้ค่ะ
1. ยา Back trim กินติดต่อกันเป็นเวลานานทุกๆ วัน จะมีผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง
กระดูกจะผุหรือเปล่า
2. ดิฉันจะทำอย่างไรต่อไปนี้ จะพาลูกไปหาคุณหมอท่านเดิมก็กลัวถูกดุ
เพราะผิดนัดมาเป็นปีๆ (ขอคำแนะนำค่ะ)
3. การเช็กอาการโรคท่อไตผิดปกตินี้ นอกจากการฉีดสีเข้าทางท่อปัสสาวะแล้ว
ยังมีวิธีอื่นอีกหรือไม่ สงสารลูกมาก
4. ทำอย่างไรถึงจะรู้ว่าลูกหายหรือยัง เลิกกินยาได้หรือยัง
|
|
ปัญหาของคุณแม่คือมีลูกสาวเป็นโรคไตตั้งแต่อายุน้อยๆ ในขวบเดือนแรก
และขาดการตรวจซ้ำ ติดตามอย่างต่อเนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญนะคะ หมอทบทวนจากจดหมายของคุณแม่ทั้งหมดแล้ว
พบว่าปัญหาของกรวยไตที่เป็นนั้นมีระดับความรุนแรงมากพอสมควร
และมักจะมีความสัมพันธ์กันกับความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนอื่นๆ ด้วย
การรักษาจะมีขั้นตอนต่างๆ แล้วแต่การเปลี่ยนแปลงของโรค เช่น
ในระยะเริ่มต้นก็จะใช้ยารักษาการติดเชื้อ ต่อมาก็จะให้ยาฆ่าเชื้ออย่างเช่น back trim
นี้ในระยะยาวขนาดน้อยๆ ควบคุมไว้ สุดท้าย ถ้าเผื่อว่าความผิดปกตินี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
หรือมีระดับที่ทรุดลงก็จะมีการรักษาด้วยวิธีอื่นซึ่งอาจจะมีการผ่าตัดร่วมด้วยในบางครั้ง
|
|
เพราะฉะนั้นปัญหาดังกล่าวไม่สมควรจะถูกทอดทิ้ง จะต้องมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง
ถึงแม้ว่าเราจะตรวจในปัสสาวะว่าไม่มีการติดเชื้อ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโรคไตของลูกสาว
จะหายขาดได้ด้วยตัวเองนะคะ หมออยากจะให้คุณแม่ปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาล
หรือโรงเรียนแพทย์ใหญ่ๆ ในการที่จะตรวจสอบปัญหานี้อีกครั้งหนึ่ง
ถ้าเผื่อคุณแม่ไม่อยากจะกลับไปที่เดิมก็สามารถที่จะย้ายโรงพยาบาลได้
ถ้าเผื่อเป็นไปได้หมออยากแนะนำให้กลับที่เดิมนะคะ ทั่วๆ ไป
คุณหมอก็อาจจะต้องดุบ้างแหละว่าคุณหายไปไหนนาน แต่ส่วนใหญ่แล้ว
ก็มักจะใจดีและก็ให้คำแนะนำดูแลอย่างเหมาะสมเสมอแหละค่ะ
สำหรับคำถามที่คุณแม่ถามมาเป็นประเด็นต่างๆ นั้นยา back trim
เป็นยาที่เข้าซัลฟา เวลารับประทานเป็นเวลานานๆ ถ้าเผื่อมีข้อบ่งชี้ในการรับประทาน
ก็คงจะต้องมีความจำเป็น แต่ในบางครั้งก็ไม่มีความจำเป็น เราก็จะสามารถหยุดยาได้
เพราะฉะนั้นจะบอกว่าจำเป็นหรือไม่จำเป็น เราก็ต้องจะต้องมีการตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
โดยการเอ็กซเรย์หรืออาจเป็นการฉีดสี ซึ่งในเทคโนโลยีสมัยใหม่นั้น
เราสามารถจะเปลี่ยนวิธีการดูแลตรวจสอบได้หลายๆ วิธีเช่นเดียวกัน
คุณแม่สามารถจะปรึกษากับคุณหมอในเรื่องของเทคโนโลยีขั้นตอนต่างๆ ที่เหมาะสม
และจำเป็นได้เลยนะคะ
ส่วนการที่จะบอกผลการรักษาได้ว่าหายหรือยังนั้นก็คงจะต้องมีข้อมูลที่มากขึ้น
ซึ่งไม่ใช่แต่เฉพาะการตรวจสุขภาพหรือการถามประวัติเท่านั้น
หรือการที่บอกว่าไม่ติดเชื้ออีกเลยเท่านั้น เราคงจะต้องมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน
โดยการที่มีผลการเอ็กซเรย์ใหม่ เพื่อจะมาดูว่าได้มีการเปรียบเทียบกับของเดิม
ว่ามีอาการดีขึ้นอย่างไร
รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร |
|
|