ลูกอยากเรียน sound engineer

ลูกชายเรียนที่ ม.เอแบค ปี 1 ได้ 8 เดือน แล้วได้เกรด 2.17 เรียนคณะบริหารต่างประเทศ แต่แกบอกไม่ชอบอยากเรียนที่ตัวเองชอบประเภทเครื่องเสียง sound engineer และได้หาข้อมูลเองบอกว่ามีที่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เรียนประมาณ 3 ปี เริ่มแรกเลยลูกชายบอกว่าถ้าไปม.ปลาย ขอไปเรียนต่อด้าน sound ที่ตัวเองชอบ แต่คุณพ่อไม่ต้องการให้ไปเรียน เกรงว่าเมื่อไปเรียนแล้วเวลาจบออกมา จะมาทำธุรกิจไม่มีเพื่อนฝูง เพราะคุณพ่อเคยคุยกับเจ้าของบริษัทบอกว่าเรียนจบเมืองนอกกลับมา ต้องมาเริ่มใหม่
คุณนิติพงษ์ให้ความเห็นด้วยค่ะ เพื่อจะได้อธิบายให้คุณพ่อเข้าใจ
ที่บ้านทำธุรกิจขายสินค้าประเภทเครื่องเสียง งานกลางแจ้ง และลูกชายชอบด้านนี้มาก
เวลาปิดเทอมแกจะช่วยขายสินค้าแนะนำได้ ลูกค้าติดตลอดและตั้งแต่ ม.ปลายแล้วลูกไม่ชอบเรียนคณิตศาสตร์ จะได้เกรด 1, 2 หรือบางครั้งต้องซ่อม แต่ถ้าวิชาอังกฤษจะได้เกรด 4 ตลอด และในด้านตัวแกเองชอบด้านเครื่องเสียง คอมพิวเตอร์อยู่แล้ว คุณนิติพงษ์ให้ความเห็นและแนะนำวิธีบอกให้คุณพ่อด้วย เพราะคุณพ่อต้องการให้เรียนเมืองไทย หรือเปลี่ยนคณะวิชาอื่น

คุณแม่ลูกสองคนเดิม


ผมเดาเอาว่า คุณแม่คุณลูกคงได้พูดคุยกับคุณพ่อในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่สามารถปรับความคิดให้ตรงกันได้ คุณแม่ก็เลยให้เกียรติปรึกษามาทางผม ซึ่งดูจากกรณีนี้แล้ว ค่อนข้างจะให้เกียรติผมมากครับ แต่ผมไม่อาจแน่ใจว่าจะช่วยได้แค่ไหนเหมือนกัน
ปัญหาแบบนี้ไม่เคยง่ายเลยครับ ต่างฝ่ายต่างมีความเห็นของตัวเองต่างๆ นานา ยากเหมือนกับกรณีเขื่อนปากมูล ท่อก๊าซไทยมาเลย์ ที่ต่างฝ่ายก็มีเหตุผลของตัวเอง แล้วไม่ค่อยรับรู้เหตุผลของอีกฝ่าย เพราะยืนอยู่กันคนละความคิด ประนีประนอมหาทางออกพบกันครึ่งทางยังทำไม่ได้เลย เพราะไม่รู้ว่าครึ่งทางที่ว่านั้นอยู่ตรงไหน

โดยสามัญสำนึกนั้น ประตูทางออก็มีสามทางเท่านั้น ทางที่ดีที่สุดก็คือพบกันครึ่งทางให้ได้ ชนะทั้งสองฝ่าย ทางที่สองและสามคือ ฝ่ายซ้ายต้องยอมฝ่ายขวา หรือ ฝ่ายขวาต้องยอมฝ่ายซ้าย ไม่ว่าจะด้วยเต็มใจหรือไม่ ไม่ว่าจะด้วยการเจรจาจนอีกฝ่ายพอใจ หรือหักด้านพร้าด้วยเข่า

ทางแรก พบกันครึ่งทาง อยู่ตรงไหน ผมเองไม่อาจจะทราบได้ มันเป็นเรื่องต้องต่อรอง ต้องพูดคุย ผมว่าอาจจะต้องพูดคุยกันอีกทั้งฝ่ายคุณลูกและฝ่ายคุณพ่อ อาจจะมีคุณแม่เป็นคนช่วยไกล่เกลี่ยด้วย การต่อรองแบบพบกันครึ่งทางนั้น คือ ทั้งคุณลูกก็ต้องถามคุณพ่อว่า อยากให้คุณลูกทำอะไร เป็นอะไร ขอเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งถ้ารู้ชัดเจน อาจจะเข้าใจกันมากขึ้น บางทีอาจจะได้คำตอบที่น่าสนใจมากกว่าที่รู้วันนี้ก็ได้ ฝ่ายคุณลูกก็ต้องเดาเป้าหมายของคุณพ่อให้ชัดเจน แล้วก็พยายามให้คุณพ่อได้เห็นเป้าหมายของคุณลูกว่า มันก็เป็นเป้าหมายเดียวกันกับคุณพ่อได้เหมือนกัน แต่อาจจะต่างวิธีการ ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าคุยกันได้ลึกแค่ไหน หรือเอาเข้าจริงๆ เวลานี้พอพูดเรื่องนี้สามคำก็ทะเลาะกัน

พบกันครึ่งทางนั้น ก็คือ สำรวจว่าความพอใจของคุณพ่อยู่ที่ตรงไหน เป้าหมายแท้จริงคืออะไรจึงได้สั่งการมาแบบนี้ แล้วก็พยายามทำไปด้วย คุณลูกอาจจะต้องปรับว่า ผมมีความถนัดเรื่องเครื่องเสียงนี้อยู่มาก แต่ยอมที่จะไม่ไปเรียนเมืองนอกในเวลานี้ โดยจะยอมเรียนแบบที่คุณพ่ออยากให้เรียนนี่ไปให้จบสมดังใจคุณพ่อ ในขณะเดียวกันก็อาจจะศึกษาด้วยตัวเองทางตำรา ทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า ต้องเหนื่อยเหลือเกิน ไม่ได้ดังใจคุณลูกเลย ก็เป็นธรรมดา ก็มันพบกันครึ่งทางไง ได้อย่างใจครึ่งหนึ่ง แต่คุณพ่อก็ต้องยอมให้ลูกศึกษา สนใจเรื่องเครื่องเสียง ต้องสัญญาว่าจะไม่หัวเสีย ถ้าคะแนนคุณลูกสอบมาไม่ค่อยดี แค่พอเอาตัวรอดได้ เพื่อให้จบปริญญาสาขาที่คุณพ่อพอใจ

จริงๆ แล้ว เรื่องการเรียนสาขา sound engineer นั้น ในเบื้องต้น เมืองไทยผมก็เคยได้ยินว่ามีเปิดสอนอยู่บ้าง เป็นวิชาหนึ่งในโรงเรียนดนตรีบางแห่ง หรือเป็นคอร์สอบรมอยู่เนืองๆ ก็อาจจะศึกษาจากนั้นควบคู่กับเรียน ในสาขาตามที่ตกลงกับคุณพ่อได้ แต่ถ้าบังเอิญคุณลูกเชี่ยวชาญมากกว่าวิชาในเมืองไทย ก็อาจจะศึกษานอกระบบด้วยตัวเอง เช่น การอ่านจากแมกกาซีน หรือตำราภาษาอังกฤษที่เข้ามาขายอยู่มากมาย รวมทั้งในอินเตอร์เน็ต ซึ่งก็เยอะยิ่งกว่า

บอกอย่างไม่เกรงใจ เหมือนไม่เข้าข้างคุณลูกนะครับ ผมอยู่ในวางการดนตรีมายี่สิบปี sound engineer ระดับหัวแถวของเมืองไทยผมรู้จักหมด และทั้งหมดนั้นไม่เคยไปเรียนเมืองนอกเลย แต่อาศัยศึกษาอย่างติดตามอ่านแมกกาซีนใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องเสียง ทดลอง ค้นคว้า เพื่อมาปรับให้เข้ากับสภาวะงานจริงในสังคมเมืองไทย แล้วเขาก็ทดลองจริง สั่งซื้ออุปกรณ์ใหม่ๆ มาทดลองแล้วศึกษา ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสเดียวกันกับคุณลูกที่มีอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่แล้ว

แต่ผมไม่ได้ปฏิเสธว่าไปเรียนเมืองนอกไม่ดีนะครับ เพราะว่าเรื่องแบบนี้ฝรั่งมังค่าเขายังเก่งกว่าคนไทยอยู่ ถ้าได้ไปเรียนก็จะเป็นโอกาสที่ดี แต่ก็อย่างว่าแหละครับ กลับมาเมืองไทยก็ต้องมาเริ่มต้นใหม่กับเมืองไทยอยู่ดี เหมือนกับทุกสาขาวิชาที่ไปเรียนมา ไม่ว่าจะนอกประเทศหรือในประเทศ

ทางที่สอง คือ คุณลูกยอมคุณพ่อทุกอย่าง ยอมเป็นอย่างที่คุณพ่อว่า ซึ่งทางนี้ เลือกได้ง่าย แม้จะทำใจไม่ง่าย เพราะฉะนั้นเราจะไม่พูดถึงดีกว่า

ทางที่สาม คือ ให้คุณพ่อยอมคุณลูก ให้คุณลูกไปเรียนสาขาวิชาเครื่องเสียงในต่างประเทศสมดังใจ ซึ่งตรงนี้ผมไม่ทราบว่าจะง่ายแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการบอกคุณพ่อให้เข้าใจว่า ถ้าลูกคนหนึ่งสนใจในเรื่องที่ดีอย่างนี้ แถมยังเป็นเรื่องที่จะได้กลับมาดำเนินกิจการครอบครัวได้ด้วย ควรจะส่งเสริมให้ไปรับรู้ ได้วิชามาจากประเทศที่พัฒนามากกว่าเรา ในขณะที่คุณลูกไม่ค่อยถนัดเรื่องที่คุณพ่ออยากให้เรียนที่นี่ ผมยอมรับว่าถ้าหากผมเป็นคุณพ่อ ผมมีกำลังจะส่งให้คุณลูกไปได้วิชานี้ ผมจะไม่ลังเลที่จะสนับสนุน เพราะถ้าหากคุณลูกไปรับรู้วิชาการนี้กลับมาเมืองไทย แล้วมาปรับให้เข้ากับเมืองไทย คุณลูกอาจจะมีสิทธิ์เก่งเท่าหรือเก่งกว่าคนไทยที่มีอยู่ในเวลานี้ แล้วจะเป็นประโยชน์ต่อลูกเอง พร้อมๆ กับเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของทางบ้านที่กำลังดำเนินอยู่

ทางที่สามนี้ถ้าอยากให้เกิดขึ้นได้จริงๆ ก็มีอยู่สองวิธีแค่นั้น คือ พูดให้คุณพ่อเข้าใจ กับอีกวิธีหนึ่งคือ หักด้านพร้าด้วยเข่า แต่ก็อาจจะมีปัญหาความเครียดในครอบครัวตามมา ซึ่งอาจจะคลี่คลายได้เมื่อคุณลูกไปผจญภัยด้วยตัวเองจนเรียนจบแล้วกลับมาทำงาน ให้เกิดประโยชน์แสดงให้คุณพ่อเห็น แต่ระหว่างไปหักด้านพร้านั้นจะค่อนข้างเครียดนะครับ

ผมไม่อยากชี้ทางไหนเลย เพราะผมไม่มีสิทธิ์ทราบข้อเท็จจริงและรายละเอียด เพียงแต่ผมพยายามเสนอทางเลือกสามทางนั้น แล้วแต่ว่าจะเลือกทางไหน

ถ้าผมเป็นกรรมการ ผมก็จะบอกคุณลูกว่า เรื่อง sound engineer เรียนเมืองนอกก็ดี แต่เรียนด้วยตัวเองในเมืองไทยก็ได้ ที่คุณพ่อห้ามนั้นก็พอจะมีเหตุผลอยู่ แต่อาจจะไม่ได้บอกให้ชัดเจน คุณพ่ออาจจะอยากให้เรียนเรื่องเสียงในเมืองไทย แต่ก็ให้คุณลูกมีความรู้ทั่วไปบ้าง ไม่ใช่รู้แต่เรื่องเสียงอย่างเดียว พอไปพบปะผู้คนก็เสียเปรียบคนอื่น เพราะคำนวณกำไรขาดทุนไม่เป็น การมีความรู้ในเชิง specialist มากๆ นั้น อาจจะทำให้ความเข้าใจในเชิง generalist ลดน้อยลงไปได้เหมือนกัน

แล้วผมก็จะบอกคุณพ่อเหมือนกันว่า การที่ลูกสนใจอะไรที่น่าส่งเสริม เป็นเรื่องโชคดีของพ่อแม่จริงๆ มันอาจจะไม่ใช่ภาพที่พ่อแม่เคยวาดไว้ แต่ถ้าเป็นผม ผมจะส่งเสริมสุดตัว การได้เห็นลูกมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองอยากทำ แล้วสาขานั้นมันมีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีประโยชน์กับตัวธุรกิจที่ทางบ้านมีอยู่ ผมจะยิ่งดีใจ ดีใจว่าลูกผมไม่เกเรไม่เหลวไหลแน่นอนมีที่ยึดเหนี่ยว ในขณะที่ลูกคนอื่นอีกมาก มีปัญหาติดยา หรือไม่ก็ยังหาตัวตนตัวเองไม่เจอ ผมจะดีใจที่ลูกผมมีแนวทางชัดเจนแล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่น เรื่องการต้องปะทะคนอื่นในสังคม เรื่องวิชาการเชิงสังคม การมีเพื่อนฝูง รู้จักที่จะทำให้ตัวเองไม่กลายเป็น sound engineer ที่เก่ง แต่เสียเปรียบเวลาต้องค้าขายกับคนอื่นนั้น ต้องค่อยๆ สอน อันนี้มันเป็นวิชาการที่ต้องสอนด้วยคุณพ่อคุณแม่และประสบการณ์

ถ้าจะพอเป็นไปได้ ผมอยากให้ข้อเขียนนี้ของผมบอกทั้งคุณพ่อคุณลูกได้ว่า ต้องพูดคุยกันอย่างไรเพื่อที่จะไม่ให้ครอบครัวต้องมีความเครียด ส่วนทางเลือกจะเป็นทางไหนต้องให้คุณพ่อคุณลูกค่อยๆ คุยกันเอง แล้วคุณแม่ลูกสองก็ต้องทำหน้าที่กรรมการไปด้วยในตัว ลองดูนะครับ

นิติพงษ์ ห่อนาค




(update 5 ธันวาคม 2003)
[ ที่มา.. life & family   ปีที่ 7 ฉบับที่ 84 มีนาคม 2546 ]



[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600