|
|
|
ลูก ม.1 อ่อนคณิตศาสตร์ ถึงขั้นตก
ลูกชายอายุ 12 ปี อยู่ม.1 ออ่นคณิตศาสตร์อย่างร้ายกาจมาก ถึงขั้นสอบตก
ตอนอยู่ประถมก็อ่อนในระดับได้ 1 ตลอด ทั้งๆ ที่วิชาอื่นทำได้ปานกลางเอาตัวรอด
ดิฉันควรทำอย่างไรดีคะ และการที่สอบตกคณิต จะเกิดอะไรได้บ้าง กรุณาตอบอย่างละเอียดด้วย
จะขอบคุณมากค่ะ
ญารินดา
|
|
|
อ่อนวิชาเดียวอย่าเพิ่งตกใจครับ ถ้าอ่อนทุกวิชาสิน่าเป็นห่วง เด็กคงต้องมีข้อเด่น
หรือวิชาที่ดูมีแววเป็นพิเศษบ้าง ที่ผมเสนอแนวทางนี้เพราะพบว่า นักพัฒนาจะมีวิธีคิดอยู่ 2 แบบ
แบบแรก พัฒนาด้วยการแก้ไขจุดอ่อน แบบนี้เรามักจะต้องหาข้อเสียก่อน
ไม่ว่าจะเป็นข้อเสียของคนหรือข้อเสียของระบบ
แบบที่สอง คือพัฒนาด้วยการเสริมจุดแข็ง แบบนี้จะต้องหาข้อดีก่อน
แล้วพัฒนาให้ดีขึ้น
|
|
|
ผมเคยเป็นแบบแรก แต่แล้วในที่สุด ผมกลับชอบแบบหลัง เหนื่อยน้อยกว่า
หาคำตอบได้ง่ายกว่า และผลดีกว่า ทีนี้พอเด็กเรียนอ่อน เลยอยากให้คุณแม่หาให้พบด้วยว่า
ลูกเก่งเรื่องอะไร อาจจะไม่ต้องเป็นการเรียนก็ได้ เช่น เถียงเก่งยอกย้อนจนพ่อแม่ก็ไล่ไม่จน
แสดงว่าหาเหตุผลเก่ง ภาษาดี ก็เอาส่วนนี้มาพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป
ส่วนเรื่องการเรียนคณิตศาสตร์ไม่ดีนั้น อาจจะเป็นจากโรคที่เรียกว่า LD ก็ได้
คือมีความบกพร่องทางการเรียนในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือหลายเรื่อง ได้แก่ การอ่าน การเขียน
และคณิตศาสตร์ ประเด็นนี้ต้องพบแพทย์ หรือนักการศึกษา เพื่อช่วยวินิจฉัย
ประเด็นต่อมา คือ ความไม่ชอบ อาจจะเป็นส่วนตัวของเด็กเอง
หรือเกิดจากวิธีสอนของครูที่สอนแล้วเด็กไม่เข้าใจ
คณิตศาสตร์เป็นวิชาต่อเนื่อง หากไม่เข้าใจตอนเรียนชั้นเล็กๆ แล้ว
พอโตขึ้นก็จะเข้าใจยากตามไปด้วย
ขอสรุปแนวทางแก้ไขให้คุณแม่เลยนะครับ
ขั้นแรก หาข้อดีของลูก แล้วรีบส่งเสริมก่อน เพื่อไม่ให้เสียกำลังใจ
ข้อสอง พาไปพบแพทย์ เพื่อค้นหาความเจ็บป่วย
ข้อสาม หากไม่พบปัญหาทางการแพทย์ ให้ปรับวิธีการสอนให้แยบคายไม่น่าเบื่อ
ก็ทำให้สนุกขึ้นแหละ อันนี้คงต้องคุยกับคุณครูของลูก
ส่วนที่บ้าน มีเกมส่งเสริมคณิตศาสตร์อยู่ไม่น้อย ที่ร้านหนังสือซีเอ็ดก็พอเห็น
หรือลองอ่านคอลัมน์เทคนิคเรียนดีใน life&family ฉบับเดือนกรกฎาคม 2544
อีกทางหนึ่งที่เห็นก็คือ เรียนพิเศษครับ เรียนเอาพอให้สอบผ่าน สอบผ่านเพื่อ
ความสบายใจของลูก ครับ ไม่ต้องเรียนโดยหวังให้ดีเลิศถึงขั้นส่งไปโอลิมปิกอะไรหรอก
เพราะพอเรียนแล้วอย่างน้อยมันก็พอผ่านหูผ่านตา พอมาเข้าห้องเรียนก็ "อ๋อ" ได้บ้าง
ไม่นั่ง "อึ้ง" อย่างแต่ก่อน อย่างนี้ก็เกิดกำลังใจหน่อย
ที่สำคัญอย่าไปจี้จุดอ่อนของลูกเลยครับ เขาอาจจะยิ่ง 'เซ็ง' และหนีเราหน้าเราไปเลย
น.พ.ดุสิต ลิขนะพิชิตกุล
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น |
|
|