อยู่โรงเรียนไม่ยอมทำงาน

ผมมีลูกชาย 1 คน ตอนนี้อายุ 7 ขวบ เป็นเด็กฉลาด ทำอะไรได้ทุกอย่าง แล้วก็ซน ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของเด็ก แต่ผมมีปัญหาตรงที่ว่า เวลาอยู่โรงเรียน ครูให้ทำงาน ลูกจะไม่ยอมทำ ทั้งๆ ที่สามารถทำเสร็จได้ภายใน 5 นาที ลูกจะนั่งอมดินสอเฉย ในขณะที่เพื่อนๆ เขาทำกัน ผมจึงอยากจะเรียนถามว่า จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้อย่างไร กรุณาแนะนำทั้งครูและผู้ปกครองนะครับ

วัลลภ




เด็ก 7 ขวบ น่าจะอยู่ราว ป.1 หรือ ป.2 และน่าจะเพิ่งผ่านอนุบาลมาได้ไม่นาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เห็นจะต้องวิเคราะห์ให้ยืดยาดเลย ผมน่าจะตอบๆ ไปเสียก็หมดเรื่อง

ที่ยืดยาดเล็กน้อย ก็เพียงเพื่อจะทวนให้นึกถึงเด็กคนหนึ่ง ที่เพิ่งพ้นวัยอนุบาลมาได้ไม่นาน คงยังมีพฤติกรรมแบบเด็กเล็กอยู่อีกระยะหนึ่ง คงไม่เปลี่ยนแบบปุบปับ กลายเป็นเด็กโตที่มีความรับผิดชอบได้ในทันที ผมอ่านคำถามแล้วยังเชื่ออยู่ว่า ในห้องมีเด็กจำนวนหนึ่งที่ไม่ค่อยสนใจ ไม่ใช่คนนี้คนเดียว
การที่เด็กคนหนึ่งไม่อยากทำอะไรบางอย่าง อาจเป็นเพราะทำไม่ได้ หรือไม่ก็ไม่อยากทำ

ความสนใจของเด็กๆ ขึ้นกับปัจจัยหลายประการครับ ประการแรก ความยากง่าย ยากไปก็ไม่สน ง่ายไปก็ไม่สน เอาใจยากจริง กรณีนี้น่าจะเป็นงานที่ได้ง่ายเกินไป เพราะคุณพ่อว่างานที่ได้น่าจะทำเสร็จใน 5 นาที

ลองคิดดูดีๆ นะครับ งานแบบนี้ทำหรือไม่ ไม่ค่อยต่างกันเท่าไรนัก นั่งนิ่งๆ ไม่ทำ แกก็อมดินสอเฉย ถ้าทำ ก็ทำเสร็จเร็วเหลือเวลา แกก็นั่งอมดินสอได้อีก

การที่เด็กไม่ยอมทำแล้วนั่งอมดินสอเฉยๆ นั่น ก็ดีอยู่บ้าง คือยังเฉยๆ ถ้าอมดินสอแล้วไม่เฉยๆ รบกวนผู้คนรอบข้าง เห็นท่าจะไม่ดีแน่ ที่สำคัญ ลูกชายคุณวัลลภเพียงอมดินสอ ผมว่ายังดีกว่ากินดินสอเข้าไปเลยนะ

สงสัยเด็กจะหัวดี ซึ่งดีกว่าหัวเสีย เพราะหาร้านซ่อมยาก อยากจะลองแนะนำให้คุณครูหากุศโลบาย ให้เด็กทำอะไรที่ยากกว่าเพื่อนนิดหน่อย แต่อย่าให้เพื่อนหมั่นไส้ และอย่าให้เด็กหลงตัวเองเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น เอาการบ้านของเด็กมาเป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆ ดูแบบ ให้เด็กออกมาสาธิต ทำโจทย์พิเศษหน้าชั้น คำถามไหนยากให้เป็นคนตอบ จะได้รักวิชานี้

เด็กๆ จะรักวิชาใดก็ด้วยเหตุผลสองประการ หนึ่ง รักครู สอง รักเนื้อหาวิชา ที่รักครูเพราะครูน่ารัก ซึ่งในกรณีนี้แม่เด็กจะไม่ค่อยชอบ ที่ชอบก็เห็นจะมีแต่พ่อเด็กเท่านั้น

ส่วนเนื้อหาวิชา จะต้องเป็นวิชาที่เรียนแล้วรู้เรื่อง เข้าใจ ทำได้ ถ้าเรียนแล้วไม่รู้เรื่อง ยาก ไม่เข้าใจ ทำไม่ได้ ไม่นานเด็กก็จะเลิกไป

ลองให้งานแบบสองระดับ คือ งานธรรมดา สำหรับทุกคนจำหนวนหนึ่ง สำหรับคนที่ทำชั้นแรกเสร็จแล้วมีงานที่ยากขึ้นให้ เลือกทำได้อีก ไม่จำเป็นต้องกำหนดให้ทำงานเท่าๆ กัน

มอบหมายให้เด็กๆ ไปศึกษาบางเรื่องด้วยตนเองที่บ้าน แล้วมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง ไม่ได้กินแรงลูกศิษย์นะครับ

กลวิธีทั้งหมด ใช้กับเด็กได้ทั้งห้อง ไม่จำเพาะกับหนุ่มน้อยของเราเท่านั้น เด็กๆ ในห้องเก่งไม่เท่ากัน วิธีการสอนที่ใช้กันแพร่หลายในทุกวันนี้คือ แผนเดียวใช้ทั้งชั้น ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กหรอกครับ

สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับเนื้อหา ทำแล้วให้กำลังใจกันบ้าง หรือบางทีออกแบบการบ้าน ที่ให้กำลังใจได้โดยอัตโนมัติ เช่น ข้อง่ายมากหน่อย ข้อยากน้อยหน่อย อย่างนี้การเรียนก็ไม่น่าเบื่อ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะให้รางวัลกับคนที่ทำการบ้าน ถูกต้อง กับทำ สำเร็จ มากกว่าคนที่ ตั้งใจทำที่บ้านและที่โรงเรียน ลองปรับใหม่ ให้น้ำหนักกับทั้งสองเรื่องเท่าๆ กัน หรือบางช่วง ถ้าจะสอนเด็กเรื่องใดก็ให้น้ำหนักกับเรื่องนั้นมากหน่อย

การบ้าน งานที่ครูหรือพ่อแม่ให้ 1 ชิ้น มีหัวข้อให้สอนเด็กมากนะครับ คุณครูคุณพ่อคุณแม่อย่าไปเน้นที่ปริมาณหรือผลลัพธ์ มีสิ่งที่มองไม่เห็นให้นักเรียนกันอีก เช่น การต่อสู้อุปสรรค ความมานะ วินัย การวางแผน การมีเพื่อน สมัยนี้เด็กโทร.ปรึกษาเรื่องการบ้านกัน สมัยก่อนถ้าทำอย่างนี้ ครูเรียกว่าลอกกัน

กรณีนี้เป็นตัวอย่างได้ดี ว่ามีบทเรียนที่มองไม่เห็นในงานที่ครูให้อยู่อีก

น.พ.ดุสิต ลิขนะพิชิตกุล




(update 26 ตุลาคม 2002)
[ ที่มา.. life & family   ปีที่ 5 ฉบับที่ 56 พฤศจิกายน 2543 ]



[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600