|
|
|
ฉีดวัคซีนแล้ว ทำไมยังเป็นหัดอีก
ลูกสาววัย 1 ขวบ 4 เดือน เป็นไข้ตัวร้อน และมีเม็ดแดงขึ้นเต็มตัว
หมอบอกว่าเป็นไข้ออกผื่น หลังจากนั้นอีก 2 วัน ดูอาการแล้วปรากฏว่าเป็นหัด
ดิฉันสงสัยว่าลูกฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุ 10 เดือน (หัด หัดเยอรมัน คางทูม)
ทำไมจึงเป็นอีก และควรไปฉีดซ้ำหรือไม่คะ
อุทัย/ชลบุรี
|
|
ไข้ออกผื่นมักเกิดจากไวรัสที่เข้าไปในร่างกาย ทำให้มีอาการตัวร้อนและมีผื่นเกิดขึ้น
ยังมีเชื้อมากมายหลายตัวที่ทำให้เกิดผื่นและมีไข้ ลักษณะไข้และผื่นก็แตกต่างกันไป เช่น หัด
หัดเยอรมัน และไวรัสอีกหลายตัวที่คนทั่วไปมักจะเรียกว่าส่าไข้ คือจะเป็นผื่นหลังจากไข้ลด
|
|
ส่วนหัด (measles) ที่มีวัคซีนป้องกันนั้น จะเกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้ออกผื่น
ที่ค่อนข้างรุนแรง เด็กจะโทรมมาก มีไข้สูง ไอมาก ตาแดง อาการต่างๆ จะเป็นมากขึ้น
จนมีผื่นออกหลังจากเป็นไข้ได้ 3-4 วัน ผื่นจะเริ่มออกตามศีรษะ ไรผม ไล่ลงมาตามตัวและแขนขา
พอออกผื่นถึงเท้าใช้เวลาประมาณ 3 วัน และผื่นจะเริ่มมีสีคล้ำ อาการต่างๆ ทุเลาลง
ยกเว้นอาจจะไอต่ออีก 1-2 อาทิตย์ ปัญหาที่สำคัญของหัดคือโรคแทรกซ้อนได้แก่
ปอดบวม หูอักเสบ ท้องเดิน ยิ่งถ้าเด็กไม่แข็งแรง ขาดอาหาร อาจถึงขั้นเสียชีวิต
หรือตาบอดจากการขาดวิตามินเอได้ เดี๋ยวนี้ในบ้านเราไม่ค่อยพบหัดเท่าไหร่แล้ว
เพราะโครงการให้วัคซีนค่อนข้างได้ผลครอบคลุมได้ดี
หมอไม่แน่ใจว่าที่ลูกสาวคุณเป็นจะใช่หัดหรือไม่ ถ้าฉีดวัคซีนเมื่อตอนอายุ 10 เดือน
และมีอาการภายใน 6 เดือน น่าจะเป็นไข้ออกผื่นจากเชื้อไวรัสตัวอื่นๆ ไม่น่าจะใช่หัด (measles)
เพราะภูมิคุ้มกันจากวัคซีนน่าจะยังอยู่ (นอกจากการเก็บวัคซีนมีปัญหาและทำให้วัคซีนลดประสิทธิภาพ)
ถ้าเป็นหัดตามธรรมชาติ ภูมิจะมีอยู่ตลอดชีวิต แต่คุณแม่ควรพาลูกไปฉีดวัคซีน หัดเยอรมัน
และคางทูม (MMR measles mumps rubella) ตอนอายุ 4-6 ขวบตามที่ทางราชการแนะนำ
เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคดังกล่าวด้วยค่ะ
พ.ญ.สุดา เย็นบำรุง |
|
|